หน้าเว็บหลินจือมินเห็ดหลินจือแดง
วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัด ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในหลอดเล...
หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัด ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในหลอดเลือด มะเร็ง
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.jumbolifeshop.com/p/439
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
มะเร็งคืออะไร
มะเร็ง (Cancer) คือ ภาวะที่เซลล์ในร่างกายของเรามีการแบ่งตัวและเจริญขึ้นโดยรวดเร็วอย่างผิดปกติในสารพันธุกรรม (DNA) โดยเริ่มจากเป็นเซลล์เล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นตามเวลา นานวันเข้าเซลล์นั้นก็จะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงทำให้เซลล์ในก้อนเนื้อนั้นตาย จนกลายเป็นก้อนเนื้องอกร้ายที่ไปเบียดบังทั้งส่วนที่เกิดและส่วนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง จากนั้นก็จะค่อยๆ กระจายไปในส่วนอื่นๆ ของร่างกายโดยผ่านระบบกระแสเลือดหรือน้ำเหลืองของเราเป็นตัวนำเชื้อไป
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้คนต่างป่วยด้วยโรคมะเร็งกันมากขึ้นนั้นเกิดได้จากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน คือ
1. ปัจจัยภายนอก
– ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี มักเกิดในคนที่ไม่นิยมกินร้อนช้อนกลาง โดยอาจติดจากทางน้ำลายในการรับประทานอาหารร่วมกัน
– การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ในกรณีที่ชอบรับประทานอาหารแบบดิบๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
– ผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ และผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
– ผู้ได้รับรังสีอัลตราไวโลเลตจากแสงแดดเป็นเวลานาน
– ผู้ที่เคยผ่านการฉายรังสีเอกซเรย์
– สารอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มที่เรารับประทานกันทุกวัน โดยเฉพาะในพวกพริกแห้ง ถั่ว ฯลฯ
– สารก่อมะเร็งในอาหารจำพวกปิ้ง ย่าง ทอด โดยเฉพาะเนื้อที่ย่างหรือปิ้งจนไหม้เกรียม หรือเนื้อที่ทอดโดยใช้น้ำมันซ้ำๆ ทุกวัน
– สารไฮโดรคาร์บอน เป็นสารเคมีที่นำมาใช้ในการถนอมอาหารอย่างไนโตรซามิน ซึ่งเป็นสีย้อมผ้าที่นำมาใช้เป็นสีผสมอาหาร
2. ปัจจัยภายใน
– เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย เช่น เด็กพิการแต่กำเนิด ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม
– ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น พวกวิตามินเอ หรือซี ฯลฯ
ซึ่งจะเห็นได้ว่ามะเร็งส่วนใหญ่นั้นเกิดจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายใน นั่นหมายความว่าเราสามารถป้องกันการก่อเกิดโรคมะเร็งได้มากพอสมควร ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและระเบียบวินัยการเลือกปฏิบัติของเราเป็นหลัก รวมทั้งความรู้ในเรื่องของสารก่อมะเร็งด้วย
อาการของโรคมะเร็ง
– สำหรับในช่วงแรกของการเกิดโรคมะเร็งขึ้นในร่างกายนั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีอาการอะไรส่อเค้า หรือบอกให้ผู้ป่วยทราบได้เลยว่ากำลังเผชิญกับโรคมะเร็งนี้อยู่ ทำให้กว่าที่จะรู้ตัวก็สายเกินแก้
– เมื่อเป็นประสักระยะหนึ่งหรือหลายปี ผู้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่มักจะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็ว ผอมซูบ น้ำหนักลด ร่างกายเริ่มดูทรุดโทรมลง ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิม
– และเมื่ออยู่ในระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามมากขึ้นก็จะเริ่มปรากฏอาการอย่างชัดเจนในระยะนี้ จะรู้สึกเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างมากตามจุดต่างๆ ที่เกิดมะเร็งขึ้น ทั้งนี้จะมีอาการมากน้อยอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับโรคมะเร็งที่เป็นว่าเป็นมะเร็งชนิดใด ประเภทไหน และการกระจายของเซลล์มะเร็งภายในนั้นไปเบียดบังอวัยวะส่วนใดบ้าง ณ ขณะนั้น
สัญญาณเตือนที่ควรเริ่มสันนิษฐานว่าเป็นมะเร็ง
– มีเลือดออกผิดปกติทางทวารต่างๆ โดยเฉพาะในทวารหนัก หรือปากมดลูก
– เริ่มรู้สึกว่ากลืนอาหารลำบากมากขึ้น หรือรู้สึกเสียดแน่นท้องบ่อยๆ และนาน
– เมื่อปัสสาวะออกมาเป็นเลือด หรืออุจจาระออกมาเป็นก้อนสีดำ
– เสียงเริ่มแหบแห้ง และไอบ่อยมากขึ้นจนเรื้อรัง
– เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกายแล้วไม่หายสักที
– เมื่อคลำเจอก้อนหรือตุ่มที่ขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
– เมื่อไฝ หูด หรือปานในร่างกายตามส่วนต่างๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง เช่น ใหญ่ขึ้น หรือสีเปลี่ยน เป็นต้น
สุขภาพดี คุณก็มีได้ หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง ช่วยโรคเบาหวาน ความดันสูง ...
สุขภาพดี คุณก็มีได้ หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง ช่วยโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhiminkorea.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
ความหมายและอันตรายของโรคเบาหวาน
เบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น มีสาเหตุมาจากการหลั่งอินซูลิน (insulin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่เพียงพอ เรียกว่ามี ภาวะขาดอินซูลิน หรือเกิดจากความสามารถในการตอบสนองต่อฤทธิ์ของอินซูลินลดลง เรียกว่ามี ภาวะดื้ออินซูลิน หรือเกิดจากสาเหตุทั้งสองอย่าง คือ ในบุคคลคนเดียวกันอาจมีทั้งความผิดปกติในการหลั่งอินซูลิน และการตอบสนองต่อฤทธิ์ของอินซูลินลดลง และบ่อยครั้งที่ยากจะบอกว่า การขาดอินซูลิน หรือดื้ออินซูลิน เป็นสาเหตุเริ่มต้นที่ทำให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูง การที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานๆ ส่งผลให้อวัยวะและเนื้อเยื่อทั้งหมดของร่างกายมีความผิดปกติในการทำงานเกิดขึ้น และท้ายที่สุดทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นในอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ตา ไต เส้นประสาทและสมอง หัวใจ หรือเกิดปัญหาที่เท้า
องค์การอนามัยโลกและสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ได้ติดตามสถานการณ์ของโรคเบาหวานมาอย่างต่อเนื่อง พบว่า จำนวนผู้เป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก โดยไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงหรือคงตัว ใน พ.ศ. ๒๕๕๓ จำนวนผู้เป็นโรคเบาหวานทั่วโลกมีมากกว่า ๒๘๕ ล้านคน หากไม่ดำเนินการอย่างเหมาะสมแล้ว คาดว่า อีก ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๗๓ จะเพิ่มขึ้นเป็น ๔๓๙ ล้านคน ดังนั้นสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ องค์การอนามัยโลก และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่างก็ตระหนักเป็นอย่างดีว่า โรคเบาหวานเป็นปัญหาสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลก จึงได้นำประเด็นโรคเบาหวานเข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และสมัชชา ได้ผ่านญัตติให้โรคเบาหวานเป็นปัญหาระดับโลก เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยองค์การสหประชาชาติได้ขอความร่วมมือจากประเทศสมาชิก ให้จัดหามาตรการดำเนินการ เพื่อลดปัญหาโรคเบาหวานในประเทศของตน มีการป้องกัน และดูแลโรคเบาหวานที่ครอบคลุม อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และอย่างยั่งยืน
จากการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของคนไทยที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ - พ.ศ.๒๕๕๒ พบว่า เป็นโรคเบาหวานร้อยละ ๖.๙ อายุที่เริ่มเป็นโรคเบาหวานลดน้อยลง ผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย คนอ้วนเป็นมากกว่าคนไม่อ้วน และคนในเมืองเป็นมากกว่าคนในชนบท หมายความว่า ในขณะนี้ประชากรไทยที่เป็นโรคเบาหวานมีจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านคน ที่น่ากังวลคือ ประมาณ ๑ ใน ๓ ไม่รู้ตัวว่า เป็นโรคเบาหวาน นอกจากนี้ประชากรไทยอีกจำนวนมากไม่ต่ำกว่า ๗ ล้านคน มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานในอนาคต
เมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้วมักจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วย ความพิการ หรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้ผู้ป่วย และครอบครัว มีภาระและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูงมาก ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกัน และลดปัญหาโรคเบาหวานที่คุกคามคนไทย มีความจำเป็นที่คนไทยทุกคนจะต้องรู้จักโรคเบาหวาน ตระหนักถึงปัญหา และภัยของโรคเบาหวาน มีความตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพของตนเอง รู้วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคเบาหวานขึ้น มีการตรวจค้นหา และวินิจฉัยโรคเบาหวานให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เป็นโรคนี้ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิผลในการดูแลรักษาโรคให้ได้ตามเกณฑ์หรือเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งจะช่วยลดอัตราความพิการ การเสียชีวิตที่เกิดจากโรคเบาหวาน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใกล้เคียงกับคนปกติทั่วไป
ปากโป้ง รับมือโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด เห็ดหลินจือมิน...
ปากโป้ง รับมือโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด เห็ดหลินจือมิน
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhimin2U.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ใครๆ ก็รู้ถึงอันตรายของโรคนี้ดี เพราะเป็นแล้วอาจอันตรายถึงชีวิต และจะมีความเสี่ยงมากในคนที่อ้วนจะมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นการรู้จักและรู้ถึงสัญญาณที่บ่งบอกก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะจะได้รับมือได้ทันด้วยการไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป
สาเหตุ
โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดจะเกิดขึ้น จากการสะสมของไขมันหรือเส้นใยสะสม และค่อยๆก่อตัวเป็นแผ่นไขมันที่ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ ซึ่งแผ่นไขมันที่ก่อตัวขึ้นนี้จะทำให้หลอดเลือดแดงแคบลงและอาจไปลดเลือดที่จะไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญ เช่น หัวใจและสมองจึงทำให้มีอาการ เช่น คออักเสบ หรือภาวะขาดเลือดได้เนื่องจากการอุดตันของทางเดินเลือดฉับพลัน นอกจากนี้แผ่นไขมันยังจะสามารถแตกได้ทำให้ไปปิดกั้นกระแสเลือดทั้งหมดแบบฉับพลัน หากเกิดที่หัวใจจะทำให้เป็นโรคหัวใจวาย และหากเกิดในสมองจะทำให้เป็นโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน ซึ่งสาเหตุของโรคนี้อาจจะมาจาก
กรรมพันธุ์
รับประทานอาหารพวกแป้งมากเกินไป
อ้วน หรือมีน้ำหนักเกิน
ไม่ออกกำลังกาย
เพศ/อายุ
การดื่มสุรามาก
เครียด
กินยาบางชนิด เช่น ยาฮอร์โมน Steroid
โรคบางอย่างที่มักจะเป็นร่วมกับภาวะไขมันสูงได้แก่ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต และต่อมธัยรอยด์ ทำงานน้อย
สัญญาณอันตรายของโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
เกิดอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได เดินขึ้นเนิน หรือแค่ออกกำลังกายเบาๆ ก็เหนื่อย
มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายๆจะเป็นลม
ปวดศีรษะมาก เมื่อตอนลุกขึ้นจากที่นอน หรือว่าลุกนั่งเร็วๆ
ใจสั่น ใจเต้นเร็ว และปลายมือปลายเท้าเย็น
แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก เหมือนกับมีอะไรมากดทับ
ซึ่งลักษณะอาการโดยทั่วไปจะคล้ายๆ กับอาการของโรคหัวใจ ที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตีบ เพราะจะมีเลือดไหลเวียนในหัวใจไม่เพียงพอ เลือดจึงไม่สามารถที่จะสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ จึงทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายนั่นเอง
ปัจจัยเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันเส้นเลือด
ปล่อยให้มีน้ำหนักเกินจนเป็นโรคอ้วน
ทานอาหารที่มีไขมันไม่ดีต่อร่างกายเป็นจำนวนมากเกินไป และไม่ทานผักผลไม้
ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
อายุมากขึ้น และเพศชายจะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง
มีประวัติว่าสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้ หรือเป็นโรคเบาหวาน ความดันไขมัน
ชอบสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
มีภาวะเครียดจากการทำงาน หรือมีเรื่องอื่นๆที่กังวลใจ
วิธีการรักษา
รักษาโดยใช้ยา
เป็นวิธีการรักษาในรายที่เป็นไม่มาก หรือช่วยบรรเทาอาการแน่นหน้าอกหรือเหนื่อยหอบ ซึ่งอาจใช้เป็นวิธีการรักษาเดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่นก้ได้
รักษาด้วยการสวนหัวใจทำบอลลูนขยายเส้นเลือด
ไม่สามารถทำการรักษาได้ทุกราย
จะทำได้เฉพาะรายที่เส้นเลือดมีการตีบเฉพาะจุดอย่างชัดเจน และตีบมากกว่า 50% ขึ้นไป
มักทำรายที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบ 1-2 เส้น
ไม่ควรทำในรายที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เส้นเลือดตีบที่บริเวณโคนของเส้นเลือดแดงโคโรนารี่ด้านซ้าย เป็นต้น
การผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือด
จะใช้เส้นเลือดบริเวณ แขนทั้งสองข้าง หรือขาทั้งสองข้าง แล้วนำเส้นเลือดนั้นมาใช้เปลี่ยนบริเวณหัวใจแทนเส้นเลือดเดิมที่มีการอุดตัน เมื่อเปลี่ยนแล้วจะมีความรู้สึกว่าได้เกิดใหม่ แต่อาการที่ตามมา คือ จะรู้สึกชาบริเวณแผลเป็นในบางครั้ง เพราะว่าเส้นเลือดขาดหายไป
หากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง อีกทั้งควรทานอาหารดีมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่และออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ
สมุนไพรเห็ดหลินจือแดงเกาหลี สมุนไพรช่วยโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้น...
สมุนไพรเห็ดหลินจือแดงเกาหลี สมุนไพรช่วยโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.jumbolifeshop.com/p/439
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
ความดันโลหิตสูง
ทุกๆคนต้องมีความดันโลหิต เพราะความดันโลหิต จะเป็นแรงผลักดัน ให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนั้นทุกคนควรจะเรียนรู้เกี่ยวกับความดันโลหิต และรักษาให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะความดันโลหิตสูงจะทำให้เกิดหลอดแข็งและตีบ เมื่อหัวใจบีบตัวหัวใจจะบีบเลือดไปยังหลอดเลือดแดง ทำให้เกิดความดันโลหิตซึ่งเกิดจากการบีบตัวของหัวใจ และแรงต้านทานของหลอดเลือด หัวใจคนเราเต้น 60-80ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัว และลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ความดันโลหิตของคนเราไม่เท่ากันตลอดเวลาขึ้นกับท่า ความเครียด การออกกำลังกาย การนอนหลับ ค่าปกติของคนเราคือ 120/80 มิลิเมตรปรอท แต่ไม่ควรเกิน 140/90 หากสูงกว่านี้แสดงว่าคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูงโรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต โรคหัวใจเป็นโรคที่มีอัตราตายสูง
วัดความดันที่บ้าน
ดังนั้นการป้องกันความดันโลหิตสูง สามารถป้องกันอัตราการตายจากโรคหัวใจ และโรคอัมพาต โรคความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบ ที่คุกคามชีวิตของทุกท่านเนื่องจากไม่มีอาการเตือนดังนั้น การจะทราบว่าเป็นความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องวัดความดันโลหิต นิยามเรื่องความดันโลหิต
ความดันโลหิตสูงหมายถึงระดับความดันตัวบน systolic blood pressure >140 mmHg และความดันตัวล่าง diastolic blood pressure>90 mmHg
Isolated systolic hypertension (ISH) หมายถึง ระดับความดันตัวบน systolic blood pressure >140 mmHg และความดันตัวล่าง diastolic blood pressure<90 mmHg
Isolated office hypertension หรือ White coat hypertension หมายถึงระดับความดันโลหิตวัดที่คลินิค หรือโรงพยาบาลมากกว่า 140/90 mmHg แต่เมื่อวัดที่บ้านความดันโลหิตจะต่ำกว่า 135/85 mmHg
Masked hypertension (MH) หมายถึงความดันโลหิตเมื่อวันดที่คลินิคหรือโรงพยาบาลน้อยกว่า 135/85 mmHg แต่เมื่อวัดเองที่บ้านมากกว่า 140/90 mmHg
เมื่อไรจึงเรียกว่าความดันโลหิตสูง
เนื่องจากความดันโลหิตมีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องมาก การจะบอกใครเป็นความดันโลหิตสูง จะต้องมีการวัดความดันหลายครั้ง และต้องพิจารณาว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ คนปรกติจะมีความดันโลหิตไม่เกิน 120/80 มิลิเมตร ความดันโลหิตที่สูงกว่า 140/90 มิลิเมตรปรอทจะเรียกว่าความดันโลหิตสูง นอกจากนั้นยังมีภาวะอื่นๆ
อาการของโรคความดันโลหิตสูง
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักจะไม่มีอาการอะไร เนื่องจากร่างกายมีการปรับตัว ผู้ป่วยมักจะมาด้วยโรคหัวใจวาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไตวาย ตามัว สำหรับผู้ที่ความดันปกติให้วัดความดันโลหิตทุก 2 ปี
สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง
ผู้ป่วยที่ความดันโลหิตสูงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือความดันโลหิตที่ไม่ทราบสาเหตุเรียกว่า Primary hypertension ส่วนอีกกลุ่มได้แก่ความดันโลหิตสูงเรียก Secondary hypertension ผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุ จะเป็นกลุ่มที่พบมากที่สุดประมาณร้อยละ 95 เชื่อว่ามีสาเหตุหลายชนิดมารวมกันทำให้ความดันสูง
ผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
แม้ว่าท่านยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่่มีปัจจัยเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง จะมีโอกาศเป็นโรคความดันโลหิตสูง สำหรับท่านที่เป็นความดันโลหิตสูง เมื่อท่านลดปัจจัยเสี่ยงของความดันโลหิตสูง ความดันของท่านก็จะลดลง
ทำไมต้องรักาษาโรคความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงไม่มากหรือความดันค่อยๆสูง มักจะไม่มีอาการ หายท่านไม่ยอมรับประทานยา หลายท่านหยุดยาเมื่อรับประทานยาได้สักระยะหนึ่ง หลายท่านกลัวว่าหากรับประทานยามากๆ จะทำให้เกิดโรคไต แต่ผู้ป่วยและญาติคงต้องทราบว่าหากไม่รักษา จะเกิดอะไรได้บ้าง โรคความดันมีผลต่ออวัยวะใดบ้าง
การวินิจฉัยความดันโลหิตสูง
สิ่งที่สำคัญของการวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง คือต้องบอกให้ได้ว่าเป็นโรคหรือไม่ ความรุนแรงของโรคความดันโลหิตเป็นอย่างไร นอกจากนั้นจะต้องตรวจหาสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง ตรวจอวัยวะต่างๆว่าได้ผลกระทบจากโรคความดันโลหิต และตรวจว่ามีโรคแทรกซ้อนจากความดันหรือยัง
การวัดความดันโลหิต
การวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง จะได้ค่าความดันโลหิตที่ถูกต้อง หากใช้เครื่องมือไม่เหมาะสม หรือการวัดผิดวิธีก็จะได้ค่าความดันผิด การวัดความดันโลหิตจะต้องใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง การเตรียมตัวที่ถูกต้อง การวัดที่ถูกต้อง วิธีวัดความดันโลหิตมีได้หลายวิธี
โรคแทรกซ้อนของความดันโลหิต
โรคความดันโลหิตสูงทำให้เกิดหลอดเลือดตีบ ซึ่งหากไปเลี้ยงอวัยวะไม่พอก็จะเกิดเสียหายต่ออวัยวะนั้น และหากกิดลิ่มเลือดจากผนังหลอดเลือด ก็จะเกิดโรคที่อวัยวะนั้นแบบเฉียบพลัน โรคแทรกซ้อนได้หลายระบบ ได้แก่ หัวใจและหลอดเลือด สมอง ไต เท้า ตา
การป้องกันความดันโลหิตสูง
การป้องกันโรคความดันโลหิตสูง สามารถนำมาใช้กับผู้ที่ร่างกายปรกติ หรือกลุ่มที่ความดันเริ่มจะสูง หรือกลุ่มผู้ป่วยที่ความดันโลหิตสูงแล้ว การป้องกันความดันโลหิตสูงจะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยสามารถลดความดันโลหิตได้ประมาณ 20 มม.ปรอท
สัญญาณเตือนภัยของโรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน
โรคความดันโลหิตสูงจะมีโรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน ที่สำคัญคือหัวใจและสมอง โรคระบบทั้งสองจะมีอาการเตือนล่วงหน้า ก่อนที่จะเกิดความพิการ เช่นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจะมีอาการเจ็บหน้าอกเป็นหลัก ส่วนโรคหลอดเลือดสมองจะมีอาการอ่อนแรง หรือเดินเซ เป็นต้นผู้ที่เป็นโรคความดันต้องเรียนรู้
วันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บันเทิง 108 รู้จักกับโรคโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด โทร. 094...
บันเทิง 108 รู้จักกับโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด
หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัด
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhiminkorea.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
ความดันโลหิต ความดันโลหิตสูง
เมื่อเราไปพบแพทย์ จะมีการตรวจคัดกรองเบื้องต้น และมักจะมีการวัดความดันโลหิต เพื่อให้พยาบาลและแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นของอาการป่วยได้ ความดันโลหิต เป็นความดัน เป็นเหมือนสัญญาณชีพที่สำคัญ หรือเป็นแรงผลักดัน ของเลือดแดง ที่เกิดจากเลือดหมุนเวียน จากการสูบหรือการเต้นของหัวใจ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกาย ในระหว่างการเต้นของหัวใจแต่ละครั้ง ความดันเลือดจะผันแปรระหว่างความดันสูงสุด และความดันต่ำสุด ความดันสูงสุด คือช่วงที่หัวใจบีบตัว และช่วงความดันต่ำสุด คือช่วงที่หัวใจคลายตัว
ความดันโลหิต สามารถบอกถึงสุขภาพ รวมถึงบ่งบอกโรคต่างๆ ได้ด้วย เมื่อวัดความดันแล้ว สามารถบ่งบอกโรคก่อนวินิจฉัยได้ว่า เป็นโรคความดันโลหิตสูง และบ่งบอกถึงการทำงานของหัวใจ และโรคหัวใจได้ด้วย
การวัดความดันโลหิต
การวัดความดันโลหิต อย่างถูกต้อง มีความสำคัญต่อการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อยืนยันว่า สุขภาพเป็นอย่างไร การวัดความดันจะจำแนกระดับความดันเป็นหน่วยที่เรียกว่า มิลลิเมตรปรอท ซึ่งสามารถจำแนกตามความรุนแรงและวัดความดัน ได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ อายุ 18 ปี ขึ้นไป การวัดความดันโลหิตของแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน ซึ่งมีอัตราของความดันโลหิต ดังนี้
–ความดันโลหิต ปกติ จะวัดความดันได้ 90-119 / 60-79 มม.ปรอท
–ความดันโลหิต ในผู้ที่มีแนวโน้ม ที่จะเป็นความดันโลหิตสูง จะวัดความดันได้ 120-130 / 80-89 มม.ปรอท
–โรคความดันโลหิตสูง ระยะที่ 1 จะวัดความดันได้ 140-159 / 90-99 มม.ปรอท
–โรคความดันโลหิตสูง ระยะที่ 2 จะวัดความดันได้ ตั้งแต่ 160/100 มม.ปรอท ขึ้นไป
–โรคความดันโลหิตสูง ที่มีโอกาสเสี่ยงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อาจจะเป็นโรคหัวใจล้มเหลว สมองไม่สามารถสั่งการได้ และไตล้มเหลว ซึ่งต้องพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง จะวัดความดัน และความดันโลหิตสูง ตั้งแต่ 180/110 มม.ปรอท
–โรคความดันโลหิตสูง ที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน และฉุกเฉิน คือผู้ที่วัดความดันได้ ตั้งแต่ 220/140 มม.ปรอท ขึ้นไป เพราะว่าอาจอันตรายถึงชีวิต อาจเสียชีวิตได้ เนื่องจากระบบการทำงานของอวัยวะในร่างกายล้มเหลวแล้ว อย่างเช่น สมอง หัวใจ และไต
เมื่อวัดความดันโลหิต แล้วพบว่า ความดันโลหิตตัวใดตัวหนึ่งสูง หรือว่าทั้งสองตัวสูงขึ้นกว่าปกติ จะต้องวัดซ้ำอีกครั้ง โดยพักให้ระยะห่างจากการวัดความดันโลหิตรั้งแรก ประมาณ 5-15 นาที ถ้าวัดแล้วค่าซ้ำอีกครั้ง หากค่าความดันโลหิตยังผิดปกติ ก็ถือว่าความดันโลหิตผิดปกติจริง
สาเหตุของความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูง มี 2 กรณี คือกรณีแรก ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มผู้ทีมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนอีกกรณี คือ ผู้ที่มีอาการป่วย อย่างเช่น ป่วยเกี่ยวกับสมอง ต่อมหมวกไต ต่อมไร้ท่อ และโรคเรื้อรังที่ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เช่น โรคโลหิตจาง โรคเบาหวาน และเกี่ยวเนื่องกับการใช้ยาบางชนิด การใช้สารเสพติด และการดื่มแอลกอฮอล์
อาการของความดันโลหิตสูง
โรคความดันโลหิตสูง โดยปกติ ไม่ได้แสดงอาการออกมาอย่างเด่นชัด ยกเว้นผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงระยะที่ 2 และระยะวิกฤต จะมีอาการ ปวดศีรษะ หายใจไม่ค่อยสะดวก หายใจสั้น มีเลือดกำเดาไหล ซึ่งในบางรายก็จะไม่ค่อยเจออาการร่วม และไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน ซึ่งควรหมั่นดูแลตัวเองและตรวจสุขภาพประจำปี จะได้รู้ว่าความดันโลหิตเป็นอย่างไร สุขภาพร่างกายแข็งแรงหรือไม่
การดูแลรักษาโรคความดันโลหิตสูง
เมื่อตรวจพบว่า เป็นโรคความดันสูง ไม่ว่าจะเป็นระยะไหนก็ตาม อย่างแรกที่แพทย์จะแนะนำ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการรับประทานอาหาร และให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอโดยไม่หักโหม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง หรืออาหารเค็ม เน้นทานผักผลไม้ และอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดีต่อร่างกาย งดแอลกอฮอล์ ทั้งนี้แพทย์จะจ่ายยาให้ทานควบคู่กับการปรับพฤติกรรมของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เพื่อให้ความดันโลหิตลดลงมาอยู่ในภาวะปกติ และยังรักษาโดยคำนึงถึงชนิด และอาการของโรค รวมถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคความดันโลหิตสูงด้วย
หากเป็นโรคความดันสูง เป็นเวลานาน แล้วไม่ได้รับการรักษา หรือดูแลสุขภาพไม่ถูกต้อง จะทำให้ส่งผลและมีปัญหาสุขภาพตามมามากมาย โดยอาจอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และรับการรักษาอย่างทันท่วงที รับประทานอาหารที่มีเส้นใย และอาหารที่มีประโยชน์ หรือเพียงรับประทานผลิตภัณฑ์ ที่มาจากสารสกัดจากธรรมชาติ ทั้ง 5 ชนิดที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน ในร่างกาย ทำให้มีภูมิคุ้มกันที่สมดุล เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้ปัญหาของความดันโลหิตสูง ลดน้อยลงได้
ตื่นมาคุย หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง สมุนไพรช่วยโรคโรคเบาหวาน ความดัน ไขม...
ตื่นมาคุย หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง สมุนไพรช่วยโรคโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhimin2U.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
รู้จักโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานคืออะไร: โรคเบาหวานคือโรคที่เซลร่างกายมีความผิดปรกติในขบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน เมื่อน้ำตาลไม่ได้ถูกใช้จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าระดับผิดปรกติ
แล้วแค่ไหนจึงจะเรียกว่าผิดปรกติ ใครเป็นผู้กำหนด: ในปัจจุบันหลายประเทศใช้เกณฑ์ระดับน้ำตาลที่ >126 มก./ดล. โดยมีข้อแม้ว่าเป็นค่าของน้ำตาลในน้ำเลือดหลังจากอดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชม. แล้ว แต่ถ้าบังเอิญท่านไม่ได้อดอาหารมาก่อน แต่ต้องการตรวจเลยโดยไม่อยากกลับมาใหม่ในวันรุ่งนี้ ท่านสามารถเจาะเลือดได้เลยโดยใช้ค่า 200มก./ดล.เป็นเกณฑ์
ใครเป็นผู้กำหนดตัวเลขนี้: คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐประชุม กันพิจารณางานวิจัยที่มีทั้งหมดก่อนปีค.ศ.1999เพื่อหาว่า โรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวานจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นที่ระดับเท่าใด ผลพบโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือจอประสาทตาเสื่อม เกิดขึ้นที่ระดับน้ำตาลในเลือด 126 มก./ดล ดังนั้นความสำคัญของตัวเลขนี้ก็คือ ทุกคนควรจะเริ่มตระหนักว่า ถ้าเรามีระดับน้ำตาลสูงกว่า 126 เรามีโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาวของเบาหวานแล้ว แม้ว่าที่น้ำตาลระดับนี้จะไม่ทำให้เราเกิดอาการใดๆ เลย ดังนั้นตัวเลขนี้จึงมีความหมายในการสร้างความตระหนักเพื่อให้เรามีมาตราการใดๆ ก็ตาม ที่จะทำให้ระดับน้ำตาลของเราต่ำลกว่า 126 แต่วิธีการจะทำให้ระดับน้ำตาลของเราต่ำลงนั้น จะเป็นวิธีที่ใดจะใช้วิธีกินยาหรือไม่ ถ้าใช้ยาจะใช้อย่างไร คงจะต้องมาพิจารณากันอีกที เพราะการควบคุมโรคเบาหวานนั้นมีหลายวิธี ในอนาคตเมื่อมีงานวิจัยใหม่ๆ หรือมีหลักฐานอื่นๆ มาลบล้างตัวเลข 126 นี้ลง เกณฑ์ของการวินิจฉัยเบาหวานก็อาจจะเปลี่ยนไปเพื่อให้ประชาชนมีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานน้อยที่สุด เพราะที่ให้ระดับน้ำตาลสูงกว่านี้รวมกับระยะเวลาที่ผ่านไป โรคแทรกซ้อนอื่นๆของเบาหวานเช่นหลอดเลือดแดงของหัวใจ หลอดเลือดแดงของสมอง โรคความดันโลหิตสูง ไตเสื่อมและไขมันสูงก็จะตามมาอีกชุดใหญ่ อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโรคยังคงใช้เกณฑ์ระดับน้ำตาลที่ 200 มก./ดล.
แล้วประเทศไทยใช้ตัวเลขใด: กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยและสำนักงานประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประชุมกันใช้ตัวเลขระดะบน้ำตาลที่ 126 มก./ดล. เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา
แล้วทำไมร่างกายจึงใช้น้ำตาลไม่ได้:เราใช้น้ำตาลที่กินจากอาหารเพื่อทำให้เกิดพลังงาน น้ำตาลที่กล่าวถึงนี้คือกลูโคส ไม่ว่าเราจะอะไรเป็นอาหาร กินแป้ง กินเนื้อสัตว์ กินไขมัน ผลไม้ หรือผัก ในที่สุดมันจะต้องถูกย่อยให้เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดคือน้ำตาลกลูโคสก่อนเสมอ แล้วกลูโคสตัวนี้จึงเข้าสู่ขั้นตอนแรกของขบวนการที่ทำให้เกิดการเผาผลาญที่เรียกว่า glucolysis มีทั้งหมด 10 ขั้นตอนย่อย อนึ่ง ขบวนนี้ต้องเกิดขึ้นภายในเซล การนำกลูโคสเข้าเซล และและขั้นตอนที่ glucolysis ขั้นที่fructose 6 phosphate เปลี่ยนเป็น fructose 1,6 phosphate ขั้นตอนนั้นต้องใช้อินสุลิน
แล้วทำไมร่างกายเราจึงขาดอินสุลิน: การขาดอินสุลินมีอยู่ 2 แบบหลักๆ
1. ร่ายกายขาดฮอร์โมนอินสุลินจริงๆ หมายถึงอินสุลินเท่ากับศูนย์ ไม่มีเลยทั้งนี้เพราะโรงงานที่ผลิตคือตับอ่อนผลิตอินสุลินไม่ได้ ส่วนจะผลิตไม่ได้เพราะอะไรยังสามารถแยกแยะต่อไปได้อีก
1.1 ถ้าผลิตไม่ได้เพราะเซลเบต้าที่ผลิตถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันของตัวเอง องค์การอนามัยโลก(WHO classification) ให้เป็น เบาหวานชนิดที่ 1 เขียนสั้นๆ ว่า DM1
1.2 ถ้าผลิตไม่ได้เพราะเซลเบต้าถูกทำลายด้วยสาเหตุอื่นเช่น มะเร็ง เหล้า เบียร แอลกอฮอลล์แร่เหล็ก หรืออะไรอย่างอื่นไปตกตะกอนในตับอ่อน หรือตับอ่อนถูกตัดเช่นเกิดอุบัติเหตุ WHO ให้เป็นเบาหวานอื่นๆ (other DM)
2. ร่างกายไม่ได้ขาดอินสุลิน ตับอ่อนสามารถผลิตอินสุลินได้ดี หรืออาจจะผลิตได้มากกว่าปรกติด้วยซ้ำ แต่อินสุลินไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าเซลได้ อย่างนี้พูดได้ว่ามีแต่ก็ใช้ไม่ได้ เสมือนหนึ่งว่าขาด กลไกแบบนี้ WHO จัดให้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เขียนสั้นๆ ว่า DM2
รู้จักกับโรคโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด เห็ดหลินจือมิน โ...
รู้จักกับโรคโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด เห็ดหลินจือมิน
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.jumbolifeshop.com/p/439
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
โรคไขมันในเลือดสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ อาจเป็นระดับโคเลสเตอรอลสูง หรือระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือสูงทั้งสองชนิดก็ได้ ภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ไขมันในเลือดมีหลายชนิดแต่ที่สำคัญได้แก่...
1. โคเลสเตอรอล ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองและอีกส่วนหนึ่งได้รับจากอาหาร แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1.1 โคเลสเตอรอลชนิดอันตราย (แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล / LDL) ถ้ามีในระดับสูงเกินไปจะไปสะสมที่เยื่อบุด้านในของหลอดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง ตีบ หรืออุดตัน
1.2 โคเลสเตอรอลชนิดดี (เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล / HDL) เป็นชนิดที่มีประโยชน์ ทำหน้าที่นำโคเลสเตอรอลที่เหลือไปทำลายที่ตับ ผู้ที่มีโคเลสเตอรอลชนิดนี้สูงจะช่วยป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง
2. ไตรกลีเซอร์ไรด์ เป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเองและได้รับจากอาหาร ทำให้หลอดเลือดอุดตันได้
สาเหตุของการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง
1. ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์
2. กินอาหารที่มีไขมันโคเลสเตอรอลสูง หรืออาหารที่ให้พลังงานมากเกินความต้องการของร่างกาย
3. โรคหรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ โรคเบาหวาน โรคไต ยาขับปัสสาวะ ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น
4. การดื่มสุราในปริมาณมากเป็นประจำ ทำให้ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง
5. ขาดการออกกำลังกาย
อันตรายจากภาวะไขมันในเลือดสูง
ระดับไขมันในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดแดงแข็ง ตีบ อุดตัน ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขาตีบตัน ตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น
การรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง
1. ควบคุมอาหาร
อาหารที่ควรทาน
- นมพร่องมันเนยหรือนมขาดมันเนย
- เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โดยแยกเอาไขมันและหนังออกให้หมด ถั่วเมล็ดแห้ง
- ข้าวที่ไม่ขัดสีมาก ขนมปังโฮลวีท
- ผักสดต่าง ๆ รวมทั้งกระเทียม ข้าวโพด
- ผลไม้ไม่หวานจัด
- ใช้ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันมะกอก น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำ ประกอบอาหาร
- อาหารประเภทต้ม ต้มยำ แกงส้ม ยำ นึ่ง อบ ย่าง (ไม่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ)
- ไขมันจากปลาทะเล สามารถลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ ทำให้เกล็ดเลือดจับตัวน้อยลง
- อาหารที่มีไฟเบอร์ (เส้นใยอาหาร) สูง จะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล ทำให้การดูดซึมลดลง
- อาหารที่มีไฟเบอร์สูง ได้แก่ แบ่งอาหารตามปริมาณไฟเบอร์ในอาหาร
สัญญาณอันตรายของโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
เกิดอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได เดินขึ้นเนิน หรือแค่ออกกำลังกายเบาๆ ก็เหนื่อย
มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายๆจะเป็นลม
ปวดศีรษะมาก เมื่อตอนลุกขึ้นจากที่นอน หรือว่าลุกนั่งเร็วๆ
ใจสั่น ใจเต้นเร็ว และปลายมือปลายเท้าเย็น
แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก เหมือนกับมีอะไรมากดทับ
ซึ่งลักษณะอาการโดยทั่วไปจะคล้ายๆ กับอาการของโรคหัวใจ ที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตีบ เพราะจะมีเลือดไหลเวียนในหัวใจไม่เพียงพอ เลือดจึงไม่สามารถที่จะสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ จึงทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายนั่นเอง
ปัจจัยเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันเส้นเลือด
ปล่อยให้มีน้ำหนักเกินจนเป็นโรคอ้วน
ทานอาหารที่มีไขมันไม่ดีต่อร่างกายเป็นจำนวนมากเกินไป และไม่ทานผักผลไม้
ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
อายุมากขึ้น และเพศชายจะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง
มีประวัติว่าสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้ หรือเป็นโรคเบาหวาน ความดันไขมัน
ชอบสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
มีภาวะเครียดจากการทำงาน หรือมีเรื่องอื่นๆที่กังวลใจ
หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลื...
หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด
รายละเอียดอื่นๆ http://www.Linhzhiminkorea.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
ความดันโลหิต ความดันโลหิตสูง
เมื่อพวกเราไปพบหมอ จะมีการตรวจคัดเลือกกรองพื้นฐาน และก็ชอบมีการวัดความดันเลือด เพื่อพยาบาลและก็หมอวิเคราะห์พื้นฐานของลักษณะการป่วยได้ ความดันโลหิต เป็นความดัน เป็นเสมือนสัญญาณชีพที่สำคัญ หรือเป็นแรงกระตุ้น ของเลือดแดง ที่เกิดขึ้นมาจากโลหิตหมุนเวียน จากการสูบหรือการเต้นของหัวใจ เพื่อเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย ในระหว่างการเต้นของหัวใจแต่ละครั้ง ความดันเลือดจะแปรผันระหว่างความดันสูงสุด และก็ความดันต่ำสุด ความดันสูงสุด เป็นตอนที่หัวใจบีบตัว และช่วงความดันต่ำสุด เป็นตอนที่หัวหัวใจคลายตัว
ความดันโลหิต สามารถบอกถึงสุขภาพ รวมทั้งชี้โรคต่างๆได้ด้วย เมื่อวัดความดันแล้ว สามารถชี้โรคก่อนวินิจฉัยได้ว่า เป็นโรคความดันโลหิตสูง แล้วก็บ่งถึงการทำงานของหัวใจ แล้วก็โรคหัวใจได้ด้วย
การวัดความดันเลือด
การวัดความดันโลหิต อย่างถูกต้อง มีความสำคัญต่อการวินิจฉัยของหมอ เพื่อยืนยันว่า สุขภาพเป็นยังไง การวัดความดันจะจำแนกระดับความดันเป็นหน่วยที่เรียกว่า มม.ปรอท ซึ่งสามารถแบ่งตามความรุนแรงและวัดความดัน ได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ อายุ 18 ปี ขึ้นไป การวัดความดันโลหิตของแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน ซึ่งมีอัตราของความดันเลือด ดังต่อไปนี้
–ความดันโลหิต ธรรมดา จะวัดความดันได้ 90-119 / 60-79 มม.ปรอท
–ความดันโลหิต ในคนที่มีทิศทาง ที่จะเป็นความดันเลือดสูง จะวัดความดันได้ 120-130 / 80-89 มม.ปรอท
–โรคความดันโลหิตสูง ระยะที่ 1 จะวัดความดันได้ 140-159 / 90-99 มม.ปรอท
–โรคความดันโลหิตสูง ระยะที่ 2 จะวัดความดันได้ ตั้งแต่ 160/100 มม.ปรอท ขึ้นไป
–โรคความดันโลหิตสูง ที่มีแนวโน้มเสี่ยงและก็ทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ความตายได้ บางทีอาจจะเป็นโรคหัวใจล้มเหลว สมองไม่อาจจะสั่งได้ รวมทั้งไตล้มเหลว ซึ่งจะต้องเจอหมอข้างใน 1 วัน จะวัดความดัน รวมทั้งความดันเลือดสูง ตั้งแต่ 180/110 มม.ปรอท
–โรคความดันโลหิตสูง ที่จะต้องเจอหมอโดยเร่งด่วน แล้วก็เร่งด่วน เป็นคนที่วัดความดันได้ ตั้งแต่ 220/140 มม.ปรอท ขึ้นไป เนื่องจากบางทีอาจอันตรายถึงชีวิต บางทีอาจเสียชีวิตได้ เพราะเหตุว่าระบบลักษณะการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายล้มเหลวแล้ว ยกตัวอย่างเช่น สมอง หัวใจ รวมทั้งไต
เมื่อวัดความดันเลือด แล้วพบว่า ความดันเลือดตัวใดตัวหนึ่งสูง หรือทั้งคู่ตัวสูงมากขึ้นกว่าธรรมดา ต้องวัดซ้ำอีกที โดยพักให้ระยะห่างจากการประเมินความดันเลือดรั้งแรก ราว 5-15 นาที ถ้าหากวัดแล้วค่าซ้ำอีกรอบ ถ้าเกิดค่าความดันเลือดยังไม่ดีเหมือนปกติ ก็จัดว่าความดันเลือดไม่ปกติจริง
สาเหตุของความดันเลือดสูง
ความดันเลือดสูง มี 2 กรณี เป็นกรณีแรก ไม่รู้ปัจจัยแจ่มแจ้ง แต่ว่าส่วนมากจะเจอในกรุ๊ปผู้ทีมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนอีกกรณีเป็นคนที่มีลักษณะอาการเจ็บป่วย ยกตัวอย่างเช่น เจ็บป่วยเกี่ยวกับสมอง ต่อมหมวกไต ต่อมไร้ท่อ แล้วก็โรคเรื้อรังที่ทำให้หัวใจทำงานมากขึ้น อย่างเช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน รวมทั้งเกี่ยวโยงกับการใช้ยาบางจำพวก การใช้สิ่งเสพติด และก็การดื่มแอลกอฮอล์
อาการของความดันโลหิตสูง
โรคความดันโลหิตสูง โดยธรรมดา ไม่ได้แสดงอาการออกมาอย่างเด่นชัด นอกจากคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงระยะที่ 2 และก็ระยะวิกฤต จะมีลักษณะ ปวดหัว หายใจไม่ค่อยสบาย หายใจสั้น มีเลือดกำเดาไหล ซึ่งในบางรายก็จะไม่ค่อยพบอาการร่วม และไม่สามารถบอกได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งควรจะหมั่นดูแลตนเองแล้วก็ตรวจสุขภาพรายปี จะได้ทราบว่าความดันเลือดเป็นยังไง สุขภาพกายแข็งแรงหรือเปล่า
การดูแลและรักษาโรคความดันโลหิตสูง
เมื่อตรวจเจอว่า เป็นโรคความดันสูง ไม่ว่าจะเป็นระยะไหนก็ตาม สิ่งแรกที่หมอจะเสนอแนะ เป็นการเปลี่ยนแปลงการกระทำ สำหรับเพื่อการทานอาหาร รวมทั้งให้ออกพลังกายอย่างสม่ำเสมอโดยไม่หักโหม หลบหลีกของกินที่มีโซเดียมสูง หรือของกินเค็ม เน้นย้ำรับประทานผักและก็รับประทานผลไม้ และก็ของกินที่อุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดีต่อสถาพทางร่างกาย งดเว้นแอลกอฮอล์ ดังนี้หมอจะจ่ายยาให้ทานพร้อมกันกับการปรับพฤติกรรมของคนไข้ความดันเลือดสูง เพื่อความดันเลือดน้อยลงมาอยู่ในภาวการณ์ธรรมดา และก็ยังรักษาโดยนึกถึงประเภท แล้วก็อาการโรค รวมทั้งปัจจัยที่จริงจริงของโรคความดันเลือดสูงด้วย
ถ้าเกิดเป็นโรคความดันสูง เป็นระยะเวลานาน แล้วมิได้รับการดูแลและรักษา หรือดูแลรักษาสุขภาพร่างกายผิดจำต้อง จะมีผลให้มีผลแล้วก็มีปัญหาสุขภาพตามมามากไม่น้อยเลยทีเดียว โดยบางทีอาจอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเหตุนี้ ควรจะเปลี่ยนแปลงการกระทำการใช้ชีวิต แล้วก็รับการดูแลรักษาอย่างทันการ ทานอาหารที่มีเส้นใย รวมทั้งของกินที่เป็นประโยชน์ หรือเพียงแต่กินสินค้า ที่มาจากสารสกัดธรรมชาติ อีกทั้ง 5 จำพวกที่ช่วยเสริมคุณภาพสำหรับการดำเนินงาน ภายในร่างกาย ทำให้มีภูมิต้านทานที่สมดุล เพียงเท่านี้ ก็จะมีผลให้ปัญหาของความดันเลือดสูง ลดลงได้
เปลี่ยนค่ายาหลักหมื่น ให้เหลือหลักพัน รู้ทันโรคโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันใ...
เปลี่ยนค่ายาหลักหมื่น ให้เหลือหลักพัน รู้ทันโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นโลหิต
หลินจือมิน เห็ดหลินจจือแดงสกัด
รายละเอียดอื่นๆ http://www.Linhzhimin2U.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus หรือ Diabetes หรือเรียกย่อว่า โรคดีเอ็ม, DM) เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย จำต้องได้รับการดูแลรักษาตลอดชาติ ดังนี้มีสาเหตุมาจากการที่ในเลือดมีน้ำตาลสูงยิ่งกว่าธรรมดา
โรคเบาหวานเป็นโรคที่เจอได้สูงในคนทุกอายุแล้วก็ทั้งคู่เพศ แม้กระนั้นจะเจอได้สูงมากขึ้นเมื่อชรา ตอนนี้เนื่องด้วยปริมาณคนสูงอายุมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทั้งโลกก็เลยเจอโรคเบาหวานสูงมากขึ้นเรื่อยคาดว่าปริมาณผู้ เจ็บไข้โรคเบาหวานทั่วทั้งโลกจะมากขึ้นจาก 366 ล้านคนภายในปี คริสต์ศักราช 2011 (พุทธศักราช 2554) เป็น 552 ล้านคนภายในปีคริสต์ศักราช 2030 (พุทธศักราช 2573)
ส่วนในประเทศไทย เมื่อ 30 ต.ค. พุทธศักราช 2556 กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสัมพันธ์เบาหวานที่เมืองไทย แล้วก็ศูนย์โรคเบาหวานศิริราช จัดงานกิจกรรมงานวันโรคเบาหวานโลก 2556 และก็ได้แถลงว่า ในตอนนี้เมืองไทยเจอคนไข้โรคเบาหวานราวๆกว่า 3.5 ล้านคน
โดยธรรมดา แบ่งภาระหวานได้เป็น 3 จำพวกหลักเป็นโรคเบาหวานจำพวก 1 (Diabetes mellitus type 1), โรคเบาหวานประเภท 2 (Diabetes mellitus type 2) แล้วก็โรคเบาหวานในหญิงท้อง (Ges tational diabetes mellitus)
โรคเบาหวานจำพวก 1 โรคเบาหวานประเภทนี้เจอได้น้อยราวๆ 5% ของโรคเบาหวานทั้งสิ้น มีสาเหตุจากตับอ่อนสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยแตกต่างจากปกติ หรือสร้างมิได้เลย ผู้เจ็บป่วยก็เลยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการฉีดยาอินซูลินทั้งชีวิต เพราะฉะนั้น ก็เลยเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า เบาหวานประเภทจะต้องพึ่งอินซูลิน (Insulin-dependent diabetes mellitus) แล้วก็ด้วยเหตุว่าโรคเบาหวานประเภทนี้พบบ่อยในเด็กรวมทั้งวัยรุ่น ก็เลยเรียกได้อีกชื่อว่า เบาหวานในเด็กรวมทั้งวัยรุ่น หรือ Juvenile diabetes mellitus ( อ่านเพิ่มเติมอีกในเว็บไซต์ haamor.com บทความเรื่อง เบาหวานในเด็กรวมทั้งวัยรุ่น)
โรคเบาหวานจำพวก 2 เป็นโรคเบาหวานที่พบบ่อยในคนแก่แก่กว่า 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนอ้วน ด้วยเหตุนั้น ก็เลยเรียกอีกชื่อว่า โรคเบาหวานในคนแก่ (Adult onset diabetes mellitus) และก็เป็นโรคเบาหวานที่ไม่จำเป็นที่ต้องพึ่งอินซูลิน (Non- insulin-dependent diabetes mellitus) ซึ่งค่อย หวานประเภทนี้เจอได้มากที่สุดโดยประมาณ 90 - 95% ของเบาหวานทั้งหมดทั้งปวง โดยเหตุนั้น โดยปกติ เมื่อเอ๋ยถึงเบาหวาน ก็เลยมักซึ่งก็คือเบาหวานประเภทนี้ (อ่านเพิ่มอีกในเว็บไซต์ haamor.com บทความเรื่อง รู้เท่าทันโรคเบาหวาน)
โรคเบาหวานในหญิงมีครรภ์ เจอได้ราวๆ 2 - 5% ของโรคเบาหวานทั้งปวง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นเฉพาะในตอนท้องแค่นั้น โดยแม่ไม่เคยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนมีครรภ์ (อ่านเพิ่มในเว็บไซต์ haamor.com บทความเรื่อง โรคเบาหวานกับการมีครรภ์)
อนึ่ง เนื้อหานี้จะพูดถึงเฉพาะโรคเบาหวานประเภท 2 แค่นั้น เพราะเหตุว่าเป็นโรคโรคเบาหวานที่เจอได้มากที่สุด และก็ถัดไปในเนื้อหานี้จะเรียกเบาหวานจำพวก 2 นี้ว่า เบาหวาน หรือ โรคเบาหวาน
การเกิดเบาหวานมีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่ผลิตจากตับอ่อนหมายถึงฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) อินซูลินจะเป็นตัวนำน้ำตาลซึ่งเป็นน้ำตาลเดกซ์โทรส (Glucose) จากเลือดไปสู่เซลล์ของอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย ดังเช่น สมอง ตับ ไต แล้วก็หัวใจ ดังนี้เพื่อเซลล์ต่างๆนำเดกซ์โทรสไปใช้เป็นพลังงานสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานต่างๆของเซลล์ทุกประเภททั่วร่างกาย หรือที่พวกเราเรียกว่า การการเผาผลาญ หรือเมตาโบลิซึม (Metabolism) แต่ว่าเมื่อกำเนิดความแตกต่างจากปกติต่างๆอย่างเช่น ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้น้อยกว่าธรรมดา หรือกำเนิดความเปลี่ยนไปจากปกติอะไรบางอย่างที่ทำให้เซลล์ไม่สามารถที่จะนำอินซูลินไปใช้ได้ ถึง หากแม้ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ตามเดิม ที่เรียกว่า เซลล์ดื้อรั้นต่ออินซูลิน (Insulin resistance) หรือกำเนิดทั้งคู่เรื่องพร้อม ก็เลยทำให้มีน้ำตาลเหลือคั่งในเลือดสูงขึ้นกว่าธรรมดา ซึ่งเป็นต้นเหตุให้กำเนิดอาการไม่ดีเหมือนปกติต่างๆขึ้น ซึ่งหมายถึงเบาหวานนั่นเอง
ดังนี้ ต้นเหตุที่กระตุ้นให้เกิดความผิดแปลกพวกนี้ขึ้นนั้นยังไม่รู้จักแจ่มกระจ่าง แต่ว่าจากการเรียนพบว่า เป็นแนวทางการที่สลับซับซ้อนซึ่งเป็นผลมาจากทั้งยังกรรมพันธุ์และก็วิธีสำหรับเพื่อการดำรงชีพ (Life style) ด้วยกัน
เห็ดหลินจือมิน โรคเบาหวาน ความดันในโลหิต ไขมันในเส้นเลือด โทร. 088 826 4444
เห็ดหลินจือมิน โรคเบาหวาน ความดันในโลหิต ไขมันในเส้นเลือด
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.Linhzhimin2U.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
โรคเบาหวานคืออะไร: โรคเบาหวานคือโรคที่เซลร่างกายมีความผิดปรกติในขบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน เมื่อน้ำตาลไม่ได้ถูกใช้จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าระดับผิดปรกติ
แล้วแค่ไหนจึงจะเรียกว่าผิดปรกติ ใครเป็นผู้กำหนด: ในปัจจุบันหลายประเทศใช้เกณฑ์ระดับน้ำตาลที่ >126 มก./ดล. โดยมีข้อแม้ว่าเป็นค่าของน้ำตาลในน้ำเลือดหลังจากอดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชม. แล้ว แต่ถ้าบังเอิญท่านไม่ได้อดอาหารมาก่อน แต่ต้องการตรวจเลยโดยไม่อยากกลับมาใหม่ในวันรุ่งนี้ ท่านสามารถเจาะเลือดได้เลยโดยใช้ค่า 200มก./ดล.เป็นเกณฑ์
ใครเป็นผู้กำหนดตัวเลขนี้: คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐประชุม กันพิจารณางานวิจัยที่มีทั้งหมดก่อนปีค.ศ.1999เพื่อหาว่า โรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวานจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นที่ระดับเท่าใด ผลพบโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือจอประสาทตาเสื่อม เกิดขึ้นที่ระดับน้ำตาลในเลือด 126 มก./ดล ดังนั้นความสำคัญของตัวเลขนี้ก็คือ ทุกคนควรจะเริ่มตระหนักว่า ถ้าเรามีระดับน้ำตาลสูงกว่า 126 เรามีโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาวของเบาหวานแล้ว แม้ว่าที่น้ำตาลระดับนี้จะไม่ทำให้เราเกิดอาการใดๆ เลย ดังนั้นตัวเลขนี้จึงมีความหมายในการสร้างความตระหนักเพื่อให้เรามีมาตราการใดๆ ก็ตาม ที่จะทำให้ระดับน้ำตาลของเราต่ำลกว่า 126 แต่วิธีการจะทำให้ระดับน้ำตาลของเราต่ำลงนั้น จะเป็นวิธีที่ใดจะใช้วิธีกินยาหรือไม่ ถ้าใช้ยาจะใช้อย่างไร คงจะต้องมาพิจารณากันอีกที เพราะการควบคุมโรคเบาหวานนั้นมีหลายวิธี ในอนาคตเมื่อมีงานวิจัยใหม่ๆ หรือมีหลักฐานอื่นๆ มาลบล้างตัวเลข 126 นี้ลง เกณฑ์ของการวินิจฉัยเบาหวานก็อาจจะเปลี่ยนไปเพื่อให้ประชาชนมีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานน้อยที่สุด เพราะที่ให้ระดับน้ำตาลสูงกว่านี้รวมกับระยะเวลาที่ผ่านไป โรคแทรกซ้อนอื่นๆของเบาหวานเช่นหลอดเลือดแดงของหัวใจ หลอดเลือดแดงของสมอง โรคความดันโลหิตสูง ไตเสื่อมและไขมันสูงก็จะตามมาอีกชุดใหญ่ อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโรคยังคงใช้เกณฑ์ระดับน้ำตาลที่ 200 มก./ดล.
แล้วประเทศไทยใช้ตัวเลขใด: กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยและสำนักงานประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประชุมกันใช้ตัวเลขระดะบน้ำตาลที่ 126 มก./ดล. เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา
แล้วทำไมร่างกายจึงใช้น้ำตาลไม่ได้:เราใช้น้ำตาลที่กินจากอาหารเพื่อทำให้เกิดพลังงาน น้ำตาลที่กล่าวถึงนี้คือกลูโคส ไม่ว่าเราจะอะไรเป็นอาหาร กินแป้ง กินเนื้อสัตว์ กินไขมัน ผลไม้ หรือผัก ในที่สุดมันจะต้องถูกย่อยให้เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดคือน้ำตาลกลูโคสก่อนเสมอ แล้วกลูโคสตัวนี้จึงเข้าสู่ขั้นตอนแรกของขบวนการที่ทำให้เกิดการเผาผลาญที่เรียกว่า glucolysis มีทั้งหมด 10 ขั้นตอนย่อย อนึ่ง ขบวนนี้ต้องเกิดขึ้นภายในเซล การนำกลูโคสเข้าเซล และและขั้นตอนที่ glucolysis ขั้นที่fructose 6 phosphate เปลี่ยนเป็น fructose 1,6 phosphate ขั้นตอนนั้นต้องใช้อินสุลิน
เมื่อกลูโคสในเลือดเข้าเซลก็ไม่ได้ ถ้าเข้าไปก็ไม่สามารถผ่านเข้าสู่ขบวนการ glucolysis กลายเป็น pyruvate ไม่ได้ แต่ถ้าแม้นบางส่วนจะสามารถผ่านเข้าไปเป็น pyruvate ได้ในกรณีเบาหวานชนิดที่ 2 อินสุลินมีอยู่แต่ออกฤทธิ์ได้ไม่ดี เอนไซม์ที่ต้องใช้เปลี่ยน pyruvate เป็น acetyl CoA ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพราะต้องใช้อินสุลินในขั้นตอนนี้อีกเช่นกัน
แล้วทำไมร่างกายเราจึงขาดอินสุลิน: การขาดอินสุลินมีอยู่ 2 แบบหลักๆ
1. ร่ายกายขาดฮอร์โมนอินสุลินจริงๆ หมายถึงอินสุลินเท่ากับศูนย์ ไม่มีเลยทั้งนี้เพราะโรงงานที่ผลิตคือตับอ่อนผลิตอินสุลินไม่ได้ ส่วนจะผลิตไม่ได้เพราะอะไรยังสามารถแยกแยะต่อไปได้อีก
1.1 ถ้าผลิตไม่ได้เพราะเซลเบต้าที่ผลิตถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันของตัวเอง องค์การอนามัยโลก(WHO classification) ให้เป็น เบาหวานชนิดที่ 1 เขียนสั้นๆ ว่า DM1
1.2 ถ้าผลิตไม่ได้เพราะเซลเบต้าถูกทำลายด้วยสาเหตุอื่นเช่น มะเร็ง เหล้า เบียร แอลกอฮอลล์แร่เหล็ก หรืออะไรอย่างอื่นไปตกตะกอนในตับอ่อน หรือตับอ่อนถูกตัดเช่นเกิดอุบัติเหตุ WHO ให้เป็นเบาหวานอื่นๆ (other DM)
2. ร่างกายไม่ได้ขาดอินสุลิน ตับอ่อนสามารถผลิตอินสุลินได้ดี หรืออาจจะผลิตได้มากกว่าปรกติด้วยซ้ำ แต่อินสุลินไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าเซลได้ อย่างนี้พูดได้ว่ามีแต่ก็ใช้ไม่ได้ เสมือนหนึ่งว่าขาด กลไกแบบนี้ WHO จัดให้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เขียนสั้นๆ ว่า DM2
คัมภีร์วิถีรวย หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง สาเหตุโรคโรคเบาหวาน ความดัน ไขม...
คัมภีร์วิถีรวย หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง สาเหตุโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.jumbolifeshop.com/p/439
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
ความดันโลหิต ความดันเลือด (Blood pressure)
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์
วว.รังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์ การเตรียมตัวก่อนพบแพทย์
ความดันโลหิต
ความดันโลหิต หรือ ความดันเลือด (Blood pressure) คือ ความดันในหลอดเลือดเมื่อหัวใจบีบตัวสูบฉีดเลือดเข้าสู่หลอดเลือด ซึ่งเรียกว่า ความดันโลหิตซีสโตลิค (Systolic blood pres sure) และเมื่อหัวใจพักคลายตัว ซึ่งเรียกว่า ความดันโลหิตไดแอสโตลิค (Diastolic blood pres sure) ดังนั้น การรายงานผลความดันโลหิต จึงประกอบด้วยตัวเลข 2 ตัวเสมอ โดยจะบันทึกความดันซีสโตลิกเป็นตัวแรก หรือ ตัวบน ส่วนความดันไดแอสโตลิกจะบันทึกเป็นตัวตาม หรือ ตัวล่าง เช่น วัดความดันโลหิตได้ 120/80 หมายความว่า ความดันซีสโตลิค คือ 120 ส่วนความดันไดแอสโตลิค คือ 80
หน่วยวัดความดันโลหิต คือ มิลลิเมตรปรอท (มม. ปรอท) ทั้งนี้เพราะเครื่องวัดความดันโลหิตที่ใช้ในระยะแรกก่อนมีเครื่องชนิดอัตโนมัติ (Automatic blood pressure monitor) วัดจากความดันเลือดที่สามารถดันสารปรอทให้เคลื่อนที่ได้สูงกี่มิลลิเมตร
การวัดความดันโลหิต โดยทั่วไปวัดที่แขน วัดได้ทั้งแขนซ้ายหรือแขนขวา ซึ่งให้ค่าความดันโลหิตได้เท่ากัน ยกเว้น เมื่อมีโรคของหลอดเลือดแขนตีบ (พบได้น้อยมากๆ) ทั้งนี้การวัดความดันฯ วัดได้ทั้งในท่านอนหงายหรือท่านั่ง และควรพักอย่างน้อย 5 - 10 นาทีก่อนวัดความดันฯ เพราะการออกแรงจะส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
ในภาวะทั่วไปที่ไม่ใช่โรคความดันโลหิตสูง แต่สามารถส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ ที่พบบ่อย คือ การออกกำลังกาย การเคลื่อนไหว อาการไข้ ยาบางชนิด เช่น ยาไทรอยด์ฮอร์โมน(เช่น Levothyroxine) อารมณ์/จิตใจ (เครียด โกรธ กังวล) กินอาหารเค็ม นอกจากนั้น คือ ช่วงกลางวันความดันฯจะสูงกว่าช่วงนอนพักและช่วงกลางคืน และผู้ใหญ่ความดันฯจะสูงกว่าเด็ก
ความดันโลหิตจัดเป็นหนึ่งในสัญญาณชีพที่สำคัญ (ความดันโลหิต อัตราการหายใจ ชีพจร และอุณหภูมิของร่างกาย) ซึ่งสามารถบอกถึงสุขภาพและโรคต่างๆได้ โดยเฉพาะเป็นความ สำคัญเบื้องต้นที่บอกถึง โรคความดันโลหิตสูง การทำงานของหัวใจ และโรคหัวใจ
นอกจากนั้น ทุกๆคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว อาจเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 18 หรือ 20 ปี ควรมีการตรวจสุขภาพ วัดความดันโลหิต อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง และเมื่อพบเริ่มมีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตสูง แพทย์ พยาบาลจะได้แนะนำการดูแลตนเองหรือวินิจฉัยหาสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง เพื่อการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเพื่อรัก ษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงต่างๆเหล่านั้นแต่เนิ่นๆ เพื่อผลการรักษาควบคุมโรคได้ดี กว่าเมื่อตรวจพบหลังจากมีอาการผิดปกติแล้ว
-ความดันโลหิตปกติ คือ 90 - 119 / 60 - 79 มม.ปรอท
ความดันโลหิตในผู้มีแนวโน้มจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง คือ 120 - 139 / 80 - 89 มม.ปรอทโรคความดันโลหิตสูงระยะ 1 คือ ความดันโลหิตอยู่ในช่วง 140 - 159 / 90 - 99 มม.ปรอทโรคความดันโลหิตสูงระยะ 2 คือ ความดันโลหิตอยู่ในช่วง ตั้งแต่ 160/100 มม.ปรอทขึ้นไปโรคความดันโลหิตสูงที่ต้องพบแพทย์ใน 24 ชั่วโมง คือ ความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 180/ 110 มม.ปรอทเป็นต้นไป เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อาจจากโรคหัวใจล้มเหลว สมองสูญเสียการทำงาน และ/หรือไตล้มเหลวโรคความดันโลหิตสูงที่ต้องพบแพทย์ฉุกเฉิน คือความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 220/140 มม.ปรอทขึ้นไป เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต (ตาย) ได้ จากการทำงานล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ สมอง และไต
อนึ่ง ความดันโลหิตสูงวินิจฉัยจากความดันโลหิตตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งสองตัวขึ้นสูงกว่าปกติ ทั้งนี้เมื่อวัดความดันฯผิดปกติ ให้วัดซ้ำอีกครั้ง ห่างกันประมาณ 5 นาทีหลังพักประมาณ 5 - 10 นาที ถ้าค่าการวัดยังผิดปกติ จึงจะถือว่าความดันฯผิดปกติจริง
เห็ดหลินจือแดงสกัด รู้ทันโรคโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันอุดตันในในเส้นเลือด ...
เห็ดหลินจือแดงสกัด รู้ทันโรคโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันอุดตันในในเส้นเลือด
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.Linhzhiminkorea.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
ความดันโลหิตสูง
ภาวะความดันโลหิตสูง พบได้ประมาณ 10% ของประชากรทั่วโลก เป็นภาวะเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทยและสามารถตรวจพบได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ
อย่างไรจึงจะเรียกว่าความดันโลหิตสูง
โดยปกติผู้ที่อายุไม่ถึง 40 ปี ความดันโลหิตไม่ควรเกิน 140/90 มม.ปรอท ค่าความดันตัวบนอาจจะเพิ่มขึ้นตามอายุ จะทราบค่าความดันโลหิตตัวบนปกติของแต่ละอายุได้ โดยนำจำนวนอายุมาบวกกับ 100 โดยทั่วไปความดันตัวบนไม่ควรเกิน 160 มม.ปรอท และความดันตัวล่าง (ในผู้ใหญ่) ไม่อายุเท่าไหร่ก็ตามไม่ควรเกิน 90 มม.ปรอท
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจะมีอาการอย่างไร
อาการสำคัญที่พบในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง คือ
ปวดศีรษะ มึนงง โดยทั่วไปจะปวดบริเวณท้ายทอย และมักจะเป็นในตอนเช้า ถ้าความดันโลหิตสูงมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะมีอาการคลื่นไส้ และตามัวร่วมด้วย ในบางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น
เหนื่อยง่าย เนื่องจากหัวใจต้องทำงาน
เลือดกำเดาออก
ผู้ใดบ้างที่มีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมักจะเป็นผู้ที่
บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย พี่ ป้า น้า อา มีประวัติเป็นความดันโลหิตสูง โรคอ้วนหรือเบาหวานมาก่อน
เส้นโลหิตใหญ่ตีบตัน ได้แก่ เส้นโลหิตใหญ่ในช่องท้องหรือเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงไตตีบตัน ถ้าเป็นระยะแรก ๆ ในคนหนุ่มสาวจะแก้ไขได้โดยการทำผ่าตัด
มีเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต แก้ไขโดยการทำผ่าตัด
โรคไต เช่น ไตอักเสบ หรือโรคไตเรื้อรังบางชนิด
ใช้ยาคุมกำเนิดในสตรีบางคน ความดันโลหิตจะหลับปกติเมื่อหยุดยา
มีความเครียด วิตกกังวล
ถ้าสงสัยว่าความดันโลหิตผิดปกติควรทำอย่างไร
ถ้าสงสัยว่าความดันโลหิตจะผิดปกติ ควรได้รับการวัดความดันโลหิตจากแพทย์หรือพยาบาล เป็นวิธีการตรวจง่าย ๆ ท่านก็จะทราบความดันโลหิตของท่าน ถ้าวัดครั้งแรกสูงกว่า 160/95 มม.ปรอท ควรนอนพัก 5-10 นาทีแล้ววัดใหม่ ถ้วยังสูงเท่าเดิม ควรจะต้องวัดซ้ำในระยะ 2-3 สัปดาห์ ถ้ายังสูงอยู่ถือได้ว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งควรจะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยปกติความดันโลหิตจะไม่คงที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ อารมณ์และสิ่งแวดล้อมด้วย
จะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อมีความดันโลหิตสูง เมื่อตรวจพบว่าเป็นความดันโลหิตสูง ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ และปฏิบัติตัวอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้
งดอาหารที่มีรสเค็ม เช่น ไข่เค็ม กะปิ เต้าเจี้ยว หมูเค็ม ฯลฯ อาหารที่รับประทานควรปรุงด้วยเกลือหรือน้ำปลายน้อยที่สุด
ลดอาหารมันทุกชนิด และหลีกเลี่ยงไขมันสัตว์ เช่น ขาหมู หมู 3 ชั้น อาหารประเภททอดหรือผัดอาหารที่ปรุงด้วยกะทิ ใช้น้ำมันพืชในการปรุงอาหารควรรับประทานไข่ไม่เกินอาทิตย์ละ 3 ฟอง หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและน้ำตาย เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เกี่ยมอี๋ วุ้นเส้น เผือก มัน ขนมหวาน และผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่
งดบุหรี่ และเหล้า
ทำจิตใจให้สบายไม่เครียดและวิตกกังวล หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้อารมณ์เสีย หงุดหงิด โมโห ตื่นเต้น
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอโดยการเดิน วิ่งขี่จักรยาน โดยเริ่มทีละน้อย ๆ และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึง 30-45 นาทีต่อวัน การออกกำลังกายจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายจากความเครียดและทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตดีขึ้น แต่ไม่ควรออกกำลังกายประเภทที่ต้องออกแรงดึงดัน กลั้นหายใจหรือแบ่ง เช่น การชักเย่อ ยกน้ำหนักวิดน้ำ เป็นต้น
สตรีที่มีความดันโลหิตสูงจากยาคุมกำเนิดควรหยุดยา ปรึกษาแพทย์และพยาบาลเพื่อหาวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสม
รับประทานยาตามที่แพทย์และพยาบาลแนะนำและมาตรวจตามนัด ยาที่ใช้ในการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง ได้แก่
ก. ยากล่อมประสาท เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวล ภายหลังรับประทานยาอาจจะรู้สึกง่วง จึงไม่ควรขับรถหรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย
ข. ยาขับปัสสาวะ เพื่อลดจำนวนน้ำและเกลือในร่างกาย ผู้ที่รับประทานยาจะปัสสาวะบ่อยขึ้น และอาจมีอาการอ่อนเพลีย ท้องอืด หน้ามืด วิงเวียน หรือเป็นตะคริว เนื่องจากมีการขับเกลือแร่ออกไปทางปัสสาวะ จึงจำเป็นต้องรับประทานเกลือแร่ทดแทน หรือรับประทานผลไม้ที่มีเกลือแร่เป็นประจำ เช่น สม กล้วย เป็นต้น
ค. ยาลดความดันโลหิต ภายหลังรับประทานยาถ้าสังเกตพบว่ามีอาการหน้ามืด วิงเวียน อาจเป็นเพราะความดันโลหิตลดต่ำลงมากเกินไป ถ้ามีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสม
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง อาจจะซื้อเครื่องวัดความดันโลหิตไว้สำหรับตรวจสอบความดันโลหิตด้วยตนเองและบันทึกข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษาสำหรับแพทย์
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีความดันโลหิตสูงแล้วไม่รักษาหรือรักษาและปฏิบัติตัวไม่สม่ำเสมอ
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงแล้วไม่รักษา หรือรักษาและปฏิบัติตัวไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดภาวะความดันโลหิตสูงร้ายแรงขึ้น โดยเฉพาะถ้าค่าความดันโลหิตตัวล่างสูงเกิน 130 มม.ปรอท จะเกิดภาวะแทรกซ้อนดังนี้
สายตาเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว หรือตาบอด หลอดเลือดในตาอาจตีบตันหรือแตกมีการตกเลือดในตาหรือบวมในชั้นตาที่รับภาพ
อาการทางสมอง หลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง อาจชักหรือไม่รู้สึกตัว และอาจเกิดอัมพาตถ้ารักษาไม่ทัน
หัวใจล้มเหลว จากการที่กล้ามเนื้อหัวใจต้องทำงานมากขึ้น จึงทำให้หัวใจโต เกิดอาการเหนื่อย หอบหายใจลำบาก โดยเฉพาะทางกลางคืน และภาวะความดันโลหิตสูงทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อขาดเลือดจนเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้
ไตพิการ หรือไตอักเสบ เกิดอาการบวม
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจะมีชีวิตยืนยาวได้เช่นคนปกติหรือไม่
แก้ปัญหาโรคเบาหวาน น้ำตาลสูง ความดัน ไขมันในเส้นเลือด ง่ายๆ โทร. 094 435...
แก้ปัญหาโรคเบาหวาน น้ำตาลสูง ความดัน ไขมันในเส้นเลือด ง่ายๆ
หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัด
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.Linhzhiminkorea.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แล้วแต่ก็ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวานได้อีกเช่น อ้วนเกินไปมีน้ำหนักเกิน ไม่ออกกำลังกาย หรือจะเป็นคนที่มีไขมันในเลือดสูง ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ก็สุ่มเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานเช่นกัน
แต่ก็น่าแปลกใจไม่น้อยว่าถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่น่ากลัว และมีผลแทรกซ้อนมากมาย แต่จนถึงปัจจุบันสถิตการพบผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยไม่ได้น้อยลงแต่อย่างใด วันนี้ TLH จึงทำท่านมาทำความรู้จักกับโรคเบาหวานในเบื้องต้นกัน
เบาหวานมีมากกว่า 1 ชนิด
เบาหวาน เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกินไป โดยโรคเบาหวานจะมีอาการเกิดขึ้นมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง ซึ่งปกติน้ำตาลจะเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน แต่ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึ้นจึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ในระยะยาวจึงอาจมีผลในการทำลายหลอดเลือด และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ก็อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ซึ่งหากจะเปรียบเทียบโรคเบาหวานแบบง่ายๆ ก็คือร่างกายเราเหมือนระบบปั๊มน้ำ และน้ำก็คือเลือด โดยปกติแล้วปั๊มน้ำก็จะทำงานอย่างปกติ แต่หากมีการทำให้น้ำในระบบเกิดความข้นขึ้น ซึ่งก็คือการเติมน้ำตาลลงไปในน้ำจะทำให้น้ำในระบบมีความหนืดขึ้น ปั๊มหรือหัวใจ ก็จะต้องทำงานหนักขึ้น และท่อน้ำหรือหลอดเลือดก็ต้องรับแรงดันที่มากขึ้น จึงทำให้คนที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนกับอวัยวะต่างๆ เพิ่มขึ้นได้
โรคเบาหวานประเภทที่ 1
เป็นโรคเบาหวานที่มีสาเหตุมาจาก ความบกพร่องของร่างกายเอง ซึ่งทำให้ตับอ่อนของเราขาดภูมิคุ้มกัน และเมื่อตับอ่อนถูกทำลาย กระบวนการสร้างอินซูลินในธรรมชาติก็จะถูกทำลายไปด้วย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จึงต้องฉีดอินซูลิน เพื่อไปควบคุมน้ำตาลในเลือดระยะยาว
โรคเบาหวานประเภทที่ 2
เป็นเบาหวาน ที่จะพบเห็นกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบชัดเจน แต่ก็มีส่วนเกี่ยวกับ พันธุกรรม น้ำหนักตัวมาก และขาดการออกกำลังกาย มีลูกมาก อีกทั้งวัยที่เพิ่มขึ้น โดยเซลล์ของผู้ป่วยยังมีการสร้างอินซูลินแต่จะทำงานไม่เป็นปกติ เนื่องมาจากมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน จึงทำให้เซลล์ที่สร้างอินซูลินค่อยๆถูกทำลายไป และบางคนเริ่มมีภาวะแทรกซ้อนโดยไม่รู้ตัว การรักษาอาจใช้ยาในการรับประทาน และบางรายต้องใช้อินซูลินชนิดฉีด เพื่อที่จะควบคุมน้ำตาลในเลือด
สัญญาณของโรคเบาหวาน
การที่เราเป็นโรคเบาหวานนั้น หลายคนอาจจะมองว่าจำเป็นต้องมีการตรวจเลือดอย่างเดียวจึงจะรู้ แต่ความจริงคือก่อนการตรวจเจอเบาหวาน มักจะมีอาการของโรคอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เหนื่อย เพลีย เป็นแผลเรื้อรัง ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน หลังเที่ยงคืนลงไป ที่จะมีการตื่นมาปัสสาวะบ่อยครั้งเป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้หากเราสังเกตตัวเอง จะทำให้ทราบได้เร็วมากขึ้น และหาหมอเพื่อเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
อาการหลักของโรคเบาหวาน
ปัสสาวะบ่อยขึ้น หิวน้ำมากขึ้น หากเริ่มมีอาการปัสสาวะบ่อยขึ้น และหิวน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน จะกระหายน้ำมากกว่าเดิม นี้เป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน เพราะร่างกายต้องการขับน้ำตาลที่มีอยู่สูงในเลือด ออกมาทางปัสสาวะ
น้ำหนักลด น้ำหนักที่ลดผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางชนิดก็ได้ โดยเฉพาะเบาหวาน การมีน้ำตาลในเลือดสูง จะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างเร็วมาก ประมาณ 5-10 กิโลภายใน 2-3 เดือน
บาดแผลหายช้า หากมีแผลที่บริเวณผิวหนัง เช่น มีดบาด การติดเชื้อ หรือรอยฟกช้ำ และแผลหายช้ามาก นั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้แล้วว่า คุณเป็นเบาหวานแล้ว เพราะระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงของผู้ป่วยเบาหวาน จะไปขัดขวางการทำงานของหลอดเลือด
หิวบ่อย กินจุบจิบ ถ้าเกิดหิวบ่อยและกินจุบจิบขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ คุณอาจเป็นเบาหวานแล้วก็ได้ เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จะทำให้ร่างกายต้องการอาหาร เพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด จึงส่งสัญญาณเป็นความหิวนั้นเอง
อ่อนเพลีย อารมณ์ไม่คงที่ อาการอ่อนเพลีย และอารมณ์ฉุนเฉียว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดส่งผลต่อการทำงานทุกระบบ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับอารมณ์ด้วย
สัญญาณอันตรายอื่นๆ
มีอาการอ่อนเพลียง่าย ทั้งๆ ที่พักผ่อนเพียงพอ และไม่ได้เจ็บป่วย
น้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ปัสสาวะบ่อยจนผิดปกติ
หิวน้ำมากกว่าปกติ
มีอาการตาพร่ามัวลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ปวดขา หรือปวดเข่า
ผิวหนังแห้ง มีอาการคัน อาจจะคันตามตัว หรือคันบริเวณปากช่องคลอด
เป็นฝีตามตัวได้บ่อยๆ
มีอารมณ์แปรปรวน โมโหง่าย
แผลมักหายช้า ไม่แห้งสนิท หรือไม่ขึ้นสะเก็ดเสียที
หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด ...
หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.Linhzhimin2U.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
ไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง เราสามารถควบคุมได้ แค่เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลด ละ เลี่ยง อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง แล้วหันมาทาน อาหารลดไขมัน กันดีกว่า
โรคไขมันในเลือดสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง เป็นภาวะที่สามารถพบเจอได้ ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไปเป็นเวลานาน ซึ่งการรักษาโดยทั่วไปก็คือการทานยาเพื่อควบคุมระดับไขมัน แต่นั่นเป็นการปัญหาปลายเหตุ เพราะจะว่ากันจริง ๆ แล้ว ต้นเหตุของเรื่องก็มาจากการรับประทานอาหารของเรานี่แหละค่ะ ถ้ารู้จักควบคุมอาหารตั้งแต่ก่อนป่วย หรือแม้กระทั่งป่วยไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้ระดับไขมันที่สูงลดลงได้ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำข้อมูลดี ๆ มาบอกต่อกันค่ะ เรามาทำความรู้จักกับโรคไขมันในเลือดสูงและอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่เป็นไขมันในเลือดสูงกันเถอะ
โรคไขมันในเลือดสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งชนิดของไขมันที่สูงนั้นอาจเป็นคอเลสเตอรอลสูง หรือไตรกลีเซอไรด์อย่างใดอย่างหนึ่ง และในบางกรณีก็อาจจะเป็นทั้งสองชนิด ซึ่งภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ต่ำ โรคตับ เป็นต้น
โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจะต้องมีระดับไขมันดังนี้
คอเลสเตอรอลรวม
ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 200 mg/dL (ถือว่าเหมาะสม)
ระดับปานกลาง : 200 - 239 mg/dL (เริ่มอันตราย)
ระดับสูง : มากกว่า 240 mg/dL (อันตรายมาก)
คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL)
ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 130 mg/dL (น้อยกว่า 100 mg/dL สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน)
ระดับปานกลาง : 130 - 159 mg/dL
ระดับสูง : มากกว่า 160 - 189 mg/dL
ระดับสูงมาก : ตั้งแต่ 190 mg/dL ขึ้นไป
คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) เป็นไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกายซึ่งหากสะสมอยู่ในร่างกายมาก ๆ ก็จะไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด และทำให้หลอดเลือดตีบตัน จนเกิดภาวะอุตตันในเส้นเลือด ส่งผลให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
ไตรกลีเซอไรด์
ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 150 mg/dL
ระดับปานกลาง : 150 - 199 mg/dL
ระดับสูง : มากกว่า 200 - 499 mg/dL
ระดับสูงมาก : ตั้งแต่ 500 mg/dL ขึ้นไป
ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันชนิดที่ไม่ดีซึ่งจะคอยขัดขวางไม่ให้คอเลสเตอรอลที่ดีไปจัดการกับไขมันที่อยู่ในเลือด หากมีมากจนเกินไป คอเลสเตอรอลที่ดีก็จะไม่สามารถกำจัดไขมันที่ไม่ดีในเลือดได้ ส่งผลให้ไขมันที่ตกค้างอยู่ไปเกาะสะสมอยู่ในหลอดเลือดทำให้เกิดการอุดตันในที่สุด
คอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL)
ระดับที่ต้องการ : มากกว่า 60 mg/dL (ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ไม่ควรเกิน 100 mg/dL)
ระดับที่สามารถรับได้ : 40 - 59 mg/dL
ไม่ควรต่ำเกิน : 40 mg/dL (ยิ่งต่ำยิ่งไม่ดีต่อสุขภาพ)
คอเลสเตอรอลชนิดที่ดี ทำหน้าที่ในการนำพาไขมันที่ไม่ดีต่าง ๆ ในร่างกายไปยังตับเพื่อทำการย่อยสลาย ซึ่งไขมันชนิดนี้เป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย ยิ่งมีมากก็จะยิ่งทำให้ไขมันที่เข้าไปในร่างกายไม่เกิดการตกค้าง และยังช่วยกำลังไขมันไม่ดีอย่างไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) ได้อีกด้วย
สาเหตุของการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง
ภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความปกติทางพันธุกรรม ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น การใช้ยาขับปัสสาวะ ยาสเตรอยด์ หรือเกิดจากบางโรคเช่น โรคไทรอยด์ต่ำ โรคเบาหวาน โรคไต แต่สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หรืออาหารที่มีพลังงานมากเกินความต้องการของร่างกาย และการดื่มเครื่องดื่มในปริมาณมากเป็นประจำ รวมถึงการไม่ออกกำลังกายอีกด้วยค่ะ
ไขมันในเลือดสูง
วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคไขมันในเลือดสูง
วิธีการวินิจฉัยโรคไขมันในเลือดสูงนั้น จะตรวจโดยการเจาะเลือด ซึ่งจะต้องเจาะตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น และนำเลือดไปตรวจหาระดับไขมันในเลือด 3 ชนิด ได้แค่ คอเลสเตอรอลรวม ไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี หรือที่เรียกว่า HDL จากนั้นจึงจะนำค่าไขมันทั้งสามชนิดไปคำนวณหาค่าคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี หรือ LDL วิธีนี้จะใช้ก็ต่อเมื่อค่าไตรกลีเซอไรด์ไม่สูงเกิน 400 mg/dL แต่ถ้าหากค่าไตรกลีเซอไรด์สูงกว่านี้ก็จำเป็นจะต้องเจาะเลือดเพื่อหาค่าคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี หรือ LDL โดยตรงแทน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
โดยการตรวจหาระดับไขมันทั้ง ไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลรวม และทั้งชนิดที่ดีและไม่ดีนั้นจำเป็นต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 12 ชั่วโมง โดยเริ่มงดตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป โดยอาจจะจิบน้ำเปล่านิดหน่อยได้ค่ะ
วิธีการรักษาเมื่อระดับไขมันในเลือดสูงผิดปกติ
เมื่อเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง วิธีการรักษาก็คือการใช้ยา โดยแพทย์จะสั่งยาในกลุ่ม Statins และ Bile acid sequestrants เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และยาในกลุ่ม Fibric acids derivatives, Icotinic acid หรือ Analogue เพื่อช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด แต่ยาเหล่านี้จะต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นค่ะ แต่นอกจากการใช้ยาแล้วเรายังควรออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันก็จะช่วยทำให้ระดับไขมันในเลือดลดลงจนอยู่ในระดับปกติได้
วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
หลินจือมินเห็ดหลินจือแดง ราชาที่สมุนไพร เสริมภูมิต้านทาน ต้านทานโรคมะเร็ง
หลินจือมินเห็ดหลินจือแดง ราชาที่สมุนไพร เสริมภูมิต้านทาน ต้านทานโรคมะเร็ง
เห็ดหลินจือ คุณประโยชน์ยอดสมุนไพรจากแผ่นดินจีน ยาอายุวัฒนะที่แฟนสุขภาพไม่สมควรพลาด
หลินจือมินเห็ดหลินจือแดงหนึ่งในสมุนไพรจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยารักษาโรคชั้นเยี่ยมมันก็คือ "เห็ดหลินจือ" โดยคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือได้รับการบอกต่อกันมานานมากว่า ช่วยทำนุบำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอักเสบ ต่อสู้โรคมะเร็ง ก็เลยได้รับสมญานามว่า "ยาอายุวัฒนะ" วันนี้ชักชวนมารู้จะสมุนไพรจีนเปี่ยมคุณประโยชน์จำพวกนี้กัน
เห็ดหลินจือ เป็นยังไง
เห็ดหลินจือ มีชื่อสามัญว่า Lingzhi mushroom, Reishi mushroom มีชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum เป็นยาจีนชั้นสูง ที่ใช้กันมานานกว่า 4,000 ปี ได้รับการบันทึกคุณประโยชน์ไว้ภายในแบบเรียน "เสินทีงเงอะงะฉ่าวจิง" ว่าเป็น "เทพเทวดาที่ชีวิต" ด้วยเหตุว่ามีพลังน่าพิศวงสำหรับเพื่อการบำรุงร่างกาย เห็ดหลินจือก็เลยมีชื่อเรียกมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น หลิงจือ เห็ดหมื่นปี เห็ดจวักงู เห็ดอมตะ เห็ดศักดิ์สิทธิ์ เห็ดนางกวัก แล้วก็ยังถูกเรียกว่าราชาสมุนไพร เพราะเหตุว่าคุณประโยชน์ทางยาสำหรับการบำรุงร่างกาย ขับพิษ คุ้มครองแล้วก็รักษาโรคที่ดีงามกว่าสมุนไพรจำพวกอื่น
เห็ดหลินจือ มีถิ่นเกิดอยู่ในประเทศจีนแล้วก็มีมากยิ่งกว่า 100 สายพันธุ์ แต่ว่าสายพันธุ์ที่นิยมเอามาบริโภคเพื่อบำรุงร่างกายแล้วก็รักษาโรคสูงที่สุดก็คือ เห็ดหลินจือแดง (Ganoderma lucidum) เนื่องจากว่ามีสารที่มีคุณประโยชน์สูงที่สุด
หลินจือมินเห็ดหลินจือแดง
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์ของดอกเห็ดหลินจือ
ดอกเห็ดเป็นรูปไตหรือรูปครึ่งวงกลม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 8-20 ซม. ดก 1-3 ซม. ดอกอ่อนมีขอบสีขาว รเข้าไปมีสีเหลืองอ่อน กึ่งกลางดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง ผิวเป็นเงาเหมือนทาด้วยแลคเกอร์ มีริ้วหรือหยักเป็นคลื่น ขอบหมวกโค้งลงนิดหน่อยแล้วก็ครึ้ม ข้างล่างเป็นรูกลมเล็กๆเชื่อมชิดกัน
เห็ดหลินจือมีก้านสั้นหรือบางทีอาจไม่มีก้าน ถ้าเกิดมีก้านมักมีสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลดำ ยาว 2-10 ซม. อยู่เยื้องไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือติดขอบหมวก ทำให้ดอกมีรูปร่างเหมือนไต ผิวก้านเป็นเงา เนื้อในเห็ดมีสีน้ำตาลอ่อน
สปอร์หลินจือมินเห็ดหลินจือแดง เป็นตัวช่วยสำหรับในการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ถูกผลิตออกมาจากฝาผนังของรูที่อยู่ใต้หมวกเห็ด ลักษณะเป็นรูปวงรีสีน้ำตาล ปลายด้านหนึ่งตัดตรง ผิวเรียบ มีฝาผนังครึ้มสองชั้น ระหว่างฝาผนังมีลายหนามยอดเรียวไปถึงฝาผนังชั้นนอก เมื่อขยายพันธุ์ สปอร์จะหลุดออกมาจากรูใต้หมวกแล้วลอยละลิ่วไปเกาะบนผิวดอก ทำให้พวกเราเห็นดอกเห็ดเป็นเงาเงาสีน้ำตาลเหมือนฝุ่นเกาะ เมื่อสปอร์กระจัดกระจายออกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สมควรก็เลยจะเจริญวัยเป็นเห็ดดอกใหม่
เห็ดหลินจือ
คุณประโยช์จากหลินจือมินเห็ดหลินจือแดง คุณประโยชน์สมเป็น "ยาอายุวัฒนะ"
ในเห็ดหลินจือหลินจือมินมีสารสำคัญหลายแบบ โดยมีส่วนประกอบหลักเป็น
- สารในกรุ๊ปโพลีแซคติดอยู่ไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิต้านทานร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์ของมะเร็ง ยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ
- สารในกรุ๊ปตรีเทอร์พีน (Triterpene) ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง ยั้งเซลล์ของมะเร็งตับ ปกป้องโรคภูมิแพ้ ลดระดับความดันเลือด ลดไขมันในเลือด คุ้มครองไขมันตันในเส้นโลหิต
- สารในกรุ๊ปนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์ทุเลาลักษณะของการเจ็บปวด คุ้มครองลิ่มเลือดแข็งในเส้นโลหิต ลดการเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัส
- สารประกอบพบมาเนียม (Gemanium) สร้างเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
เห็ดหลินจือสกัดหลินจือมิน
นอกจากนั้นยังมีสารสำคัญอื่นๆที่มีฤทธิ์ช่วยบำรุงรักษาสุขภาพ ต้านทานการอักเสบ ช่วยยั้งรวมทั้งรักษาอาการต่างๆของโรคได้มากมาย ซึ่งเจอได้ทั้งยังในดอกเห็ดและก็สปอร์ แม้กระนั้นโดยมากเจอในสปอร์ และก็สปอร์ที่กะเทาะฝาผนังหุ้มห่อจะมีสารสำคัญแล้วก็ฤทธิ์ทางยาดีมากยิ่งกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะฝาผนังหุ้มห่อ โดยในตำรับยาเจาะจงไว้ว่า "เห็ดหลินจือ" ประยุกต์ใช้รักษาได้หลายอาการ ดังเช่น...
- บำรุงร่างกาย เสริมกำลัง ทุเลาอาการหมดแรง
- สร้างเสริมภูมิต้านทาน โดยมีรายงานการเรียนรู้ทางสถานพยาบาลพบว่า เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิต้านทานในคนป่วยโรคมะเร็งปอด, ผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และก็คนไข้โรคมะเร็งขั้นแผ่ขยาย
- ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมลักษณะโรคโรคเบาหวาน แล้วก็โรคที่อยู่ในกรุ๊ปอาการความไม่ปกติของระบบเผาผลาญของกินของร่างกาย
- ลดไขมันในเลือด ปกป้องโรคหัวใจ
- สร้างเสริมความจำ ปกป้องอัลไซเมอร์
- ช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนก้าวหน้าขึ้น
- ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส
- ล้างพิษให้ร่างกาย
- บำรุงสายตา
- แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
- รักษาโรคภูมิแพ้ โรคหืด หอบ
- เพิ่มความแข็งแรงให้ปอด ม้าม
- ลดระดับความดันเลือดสูง
- แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ปวดข้อ โรคเกาต์
- บำรุงระบบประสาท โดยมีการนำไปรักษาโรคประสาทที่มีลักษณะอาการอ่อนล้าอย่างเรื้อรังได้ได้ผล
- แก้อาการนอนไม่หลับ เวียนหัว ไม่อยากอาหาร
- รักษาลักษณะของการปวดภายหลังการต่อว่าดเชื้องูสวัด
- รักษาแผลในกระเพาะรวมทั้งไส้
- ลดการอักเสบในไส้
- บำรุงและก็รักษาโรคตับต่างๆทั้งยังโรคตับแข็ง ตับอักเสบ ฟื้นฟูสมรรถนะของตับที่ถูกทำลายจากการกินยาจำนวนไม่ใช่น้อยต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาที่นานๆ
- ขับฉี่ รักษาโรคทางเท้าเยี่ยวข้างล่าง
- คุ้มครองป้องกันการทำงานหนักของไต
- รักษาริดสีดวงทวาร
- ลดลักษณะของการปวดรอบเดือน
- แก้ภาวการณ์เสื่อมความสามารถทางเพศ
- แก้ไขปัญหาภาวการณ์มีลูกยาก
อื่นๆอีกมากมาย
ดังนี้การเรียนรู้ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับพิษวิทยาของเห็ดหลินจือทั้งยังพิษแบบฉับพลันและก็พิษแบบเรื้อรังพบว่า มีความเป็นพิษต่ำมากมาย รวมทั้งมีความปลอดภัยสำหรับเพื่อการใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ เนื่องจากว่าไม่เจอผลกระทบหรือสารตกค้างที่ตับหรือไต
เห็ดหลินจือสกัดหลินจือมินจากประเทศเกาหลี
เห็ดหลินจือแดง กับคุณประโยชน์ต่อต้านโรคมะเร็ง
คุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือที่แวดวงแพทย์เอ๋ยถึงกันเยอะที่สุดซึ่งก็คือ ฤทธิ์สำหรับการต่อต้านโรคมะเร็งแล้วก็ฆ่าเซลล์ของโรคมะเร็ง เนื่องจากว่ามีงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยทางด้านการแพทย์ในและก็ต่างถิ่นพบว่า เห็ดหลินจือมีคุณลักษณะสำหรับเพื่อการต้านทานโรคมะเร็งที่ได้ผลลัพธ์ที่ดียอดเยี่ยม เนื่องจากว่าช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของเซลล์เม็ดเลือดขาว สร้างเสริมภูมิต้านทานภายในร่างกายให้สามารถออกฤทธิ์ต้านทานกับเซลล์ของโรคมะเร็งภายในร่างกายได้ ดังเช่นว่า โรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งมดลูก อื่นๆอีกมากมาย ทั้งมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิต้านทานในคนป่วยโรคมะเร็งปอด, คนป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมทั้งผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งขั้นแผ่ขยาย
เมื่อก่อนที่คนเจ็บโรคมะเร็งจะตกลงใจใช้เห็ดหลินจือเป็นยาเสริมนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยควรจะขอคำแนะนำหมอผู้ที่ทำการดูแลรักษาหรือหมอผู้บริจาคเคมีบำบัดรักษาก่อนทุกคราว เนื่องจากการใช้สมุนไพรรักษาโรคมะเร็งร่วมกับการดูแลและรักษาทางเคมีบรรเทาบางทีอาจเป็นผลข้างๆได้ ตัวอย่างเช่น ไปตัดทอนความสามารถของยาเคมี ทำให้การดูแลและรักษาไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่จะเป็น
เห็ดหลินจือแดงหลินจือมิน
แนวทางกินเห็ดหลินจือคุ้มครองป้องกันโรค
1. ดอกเห็ดหลินจือฝานบางๆโดยประมาณ 2-3 ชิ้น
2. ต้มในน้ำเดือดนาน 10-15 นาที
3. ใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดระยะเวลา จะช่วยทำให้มีชีวิตชีวา เสริมภูมิคุ้มกัน และไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แม้กระนั้นขณะที่ร่างกายจะสามารถซับสารจากเห็ดหลินจือได้ดิบได้ดีที่สุดนั้น ก็คือตอนที่ท้องว่าง โดยชี้แนะให้ดื่มในตอนตื่นในรุ่งอรุณ หรือก่อนไปนอน 1 ชั่วโมง
ดังนี้ เห็ดหลินจือใช้ทานเพื่อเป็นยา ก็เลยไม่สมควรนำไปปรุงร่วมกับของกินจำพวกอื่น แต่ว่าถ้าไม่สบายจะนำดอกเห็ดหลินจือมาต้มน้ำกินก็สามารถทานเห็ดหลินจือในแบบอย่างแคปซูล ชา กาแฟ ซึ่งดัดแปลงวางจำหน่ายอยู่ในตลาดก็ได้เช่นเดียวกัน แม้กระนั้นจำต้องทานตามจำนวนที่เจาะจงไว้ภายในฉลาก แล้วก็เลือกสินค้าที่ตามมาตรฐาน เพื่อให้มีความปลอดภัย สามารถตรวจทานสินค้าที่ผ่านการยืนยันรวมทั้งการขึ้นบัญชีจากอย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ถึงที่เหมาะ
เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ ในแผนการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงรับทราบถึงคุณประโยชน์ทางยาของเห็ดหลินจือว่าส่งผลดีต่อร่างกายเยอะแยะ แต่ว่าแพงแพง เนื่องจากว่าจะต้องนำเข้าจากเมืองจีน ก็เลยมีความคิดให้เพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือที่แผนการส่วนพระองค์สวนจิตรลดามาตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2531 เป็นเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G2 (Ganoderma Lucidum 2)
หลังจากนั้นในปี พุทธศักราช 2549 นายซัง ตุง ฟู ผู้ตัดสินบริษัท พีปรับปรุงพร จำกัด ได้มอบเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G9 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ผสมระหว่างเห็ดหลินจือประเทศเกาหลีกับเห็ดหลินจือป่าสีม่วงให้กับโครงงานส่วนพระองค์สวนจิตรลดานำไปทดสอบศึกษาค้นคว้าปรับปรุง ซึ่งเห็ดชนิดนี้ศ.จ.อี้ฉวนอี้ จากศูนย์ศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีชีวภาพด้านรักษาโรคนิวส์ไฮต้าเหลียน ร่วมกับผู้ที่มีความชำนาญด้านการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยการกสิกรรมเมืองจีนปรับปรุงขึ้น เนื่องจากว่ามีดอกใหญ่ ดก รวมทั้งมีสปอร์มากมาย นอกจากนั้นยังมีจำนวนสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์สูงขึ้นยิ่งกว่าเห็ดหลินจือสายพันธุ์อื่นๆอีกด้วย
เมื่อเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือได้เสร็จ ก็เลยได้นำไปดัดแปลง เป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือประเภทต่างๆอาทิเช่น เห็ดหลินจือสกัดใส่แคปซูล, เห็ดหลินจือสำหรับชง, น้ำเห็ดหลินจือ, เม็ดอมเห็ดหลินจือ อื่นๆอีกมากมาย โดยได้รับการจดทะเบียนให้เป็นยาแผนโบราณ ขายได้ถูกกฎหมาย ซึ่งมิได้มีเพียงแต่คนป่วยแค่นั้นซึ่งสามารถบริโภคเห็ดหลินจือได้ แม้กระนั้นคนทั่วๆไปที่เป็นกรุ๊ปรักสุขภาพก็สามารถทานเห็ดหลินจือได้โดยไม่เกิดผลใกล้กัน ก็เลยได้รับการตอบกลับที่ดี
เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ ส่งผลใกล้กันไหม ?
หากแม้มีการค้นคว้าพบว่า การทานเห็ดหลินจือไม่เป็นผลข้างๆและไม่มีสารตกค้างที่ตับหรือไต แม้กระนั้นในบางบุคคลอาจมีอาการแพ้เห็ดได้ ดูได้จากเมื่อทานเข้าไปแล้วมีลักษณะปากแห้ง คอแห้งผาก และก็อาจมีอาการคัน ผื่นขึ้น เวียนหัว ปวดหัว เจ็บท้อง เลือดกำเดาไหล แม้มีลักษณะอาการแบบนี้ไม่สมควรทานเห็ดหลินจืออีก
เห็ดหลินจือ กับข้อควรคำนึง ผู้ใดไม่สมควรทาน !
ยังมีคนบางกรุ๊ปที่ไม่สมควรทานเห็ดหลินจือเลย เพราะเหตุว่าอาจส่งผลให้ลักษณะการป่วยที่เป็นอยู่ร้ายแรงกว่าเดิม ดังเช่น
1. สตรีตั้งท้องและก็แม่ที่ให้นมลูก เนื่องมาจากตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่น่าไว้ใจพอเพียงมายืนจนกระทั่งว่า เห็ดหลินจือมีความปลอดภัยต่อสตรีมีท้องหรือแม่ที่ให้นมลูก ด้วยเหตุผลดังกล่าวหลีกเลี่ยงการทานเห็ดหลินจือในเดี๋ยวนี้ไปก่อนที่จะไม่มีอันตรายกว่า
2. ผู้ที่มีความดันเลือดต่ำ เนื่องจากว่าเห็ดหลินจือมีฤทธิ์ลดระดับความดัน ถ้าผู้เจ็บป่วยความดันเลือดต่ำทานเข้าไป จะมีผลให้ความดันยิ่งลดน้อยลงกระทั่งก่อให้เกิดอันตรายได้
3. คนที่มีสภาวะเลือดออกไม่ดีเหมือนปกติ (Bleeding disorder) หรือคนที่มีภาวการณ์เกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) เพราะเหตุว่าการทานเห็ดหลินจือในจำนวนมากเหลือเกินอาจจะเป็นผลให้เลือดออกมากขึ้น
4. คนไข้ที่กำลังจะผ่าตัด เนื่องจากว่าเห็ดหลินจือจะเพิ่มการเสี่ยงอาการเลือดออกมากขึ้น โดยเหตุนั้นก่อนที่จะมีการผ่าตัดอย่างต่ำ 2 อาทิตย์ ไม่สมควรทานเห็ดหลินจือ
5. ผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคภูเขาไม่ต้านทานเยื่อของตน (Autoimmune Disease) เป็นต้นว่า โรคลูปัส หรือ เอสแอลอี (SLE) หรือ โรคพุ่มพวง ไม่สมควรใช้เห็ดหลินจือ โดย นพ.เฉิดฉาย ตันติวิท นักเขียนหนังสือ "หลินจือ กับ ข้าพระพุทธเจ้า" กล่าวว่า โน่นเนื่องจากเห็ดหลินจือจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิต้านทานภายในร่างกาย ซึ่งภูมิต้านทานที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นนี้จะยิ่งส่งผลให้เกิดความแปลกต่อสุขภาพร่างกายเพิ่มมากขึ้น
6. ผู้เจ็บป่วยที่ได้รับการดูแลรักษาด้วยยากดภูมิต้านทาน ไม่สมควรทานเห็ดหลินจือ เพราะเหตุว่ามีลักษณะท่าทางที่ผลจากเห็ดหลินจือจะเข้าไปลบล้างหรือกัดกันการบำบัดด้วยยากดภูเขาไม่
เห็ดหลินจือ คุณประโยชน์ยอดสมุนไพรจากแผ่นดินจีน ยาอายุวัฒนะที่แฟนสุขภาพไม่สมควรพลาด
หลินจือมินเห็ดหลินจือแดงหนึ่งในสมุนไพรจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยารักษาโรคชั้นเยี่ยมมันก็คือ "เห็ดหลินจือ" โดยคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือได้รับการบอกต่อกันมานานมากว่า ช่วยทำนุบำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอักเสบ ต่อสู้โรคมะเร็ง ก็เลยได้รับสมญานามว่า "ยาอายุวัฒนะ" วันนี้ชักชวนมารู้จะสมุนไพรจีนเปี่ยมคุณประโยชน์จำพวกนี้กัน
เห็ดหลินจือ เป็นยังไง
เห็ดหลินจือ มีชื่อสามัญว่า Lingzhi mushroom, Reishi mushroom มีชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum เป็นยาจีนชั้นสูง ที่ใช้กันมานานกว่า 4,000 ปี ได้รับการบันทึกคุณประโยชน์ไว้ภายในแบบเรียน "เสินทีงเงอะงะฉ่าวจิง" ว่าเป็น "เทพเทวดาที่ชีวิต" ด้วยเหตุว่ามีพลังน่าพิศวงสำหรับเพื่อการบำรุงร่างกาย เห็ดหลินจือก็เลยมีชื่อเรียกมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น หลิงจือ เห็ดหมื่นปี เห็ดจวักงู เห็ดอมตะ เห็ดศักดิ์สิทธิ์ เห็ดนางกวัก แล้วก็ยังถูกเรียกว่าราชาสมุนไพร เพราะเหตุว่าคุณประโยชน์ทางยาสำหรับการบำรุงร่างกาย ขับพิษ คุ้มครองแล้วก็รักษาโรคที่ดีงามกว่าสมุนไพรจำพวกอื่น
เห็ดหลินจือ มีถิ่นเกิดอยู่ในประเทศจีนแล้วก็มีมากยิ่งกว่า 100 สายพันธุ์ แต่ว่าสายพันธุ์ที่นิยมเอามาบริโภคเพื่อบำรุงร่างกายแล้วก็รักษาโรคสูงที่สุดก็คือ เห็ดหลินจือแดง (Ganoderma lucidum) เนื่องจากว่ามีสารที่มีคุณประโยชน์สูงที่สุด
หลินจือมินเห็ดหลินจือแดง
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์ของดอกเห็ดหลินจือ
ดอกเห็ดเป็นรูปไตหรือรูปครึ่งวงกลม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 8-20 ซม. ดก 1-3 ซม. ดอกอ่อนมีขอบสีขาว รเข้าไปมีสีเหลืองอ่อน กึ่งกลางดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง ผิวเป็นเงาเหมือนทาด้วยแลคเกอร์ มีริ้วหรือหยักเป็นคลื่น ขอบหมวกโค้งลงนิดหน่อยแล้วก็ครึ้ม ข้างล่างเป็นรูกลมเล็กๆเชื่อมชิดกัน
เห็ดหลินจือมีก้านสั้นหรือบางทีอาจไม่มีก้าน ถ้าเกิดมีก้านมักมีสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลดำ ยาว 2-10 ซม. อยู่เยื้องไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือติดขอบหมวก ทำให้ดอกมีรูปร่างเหมือนไต ผิวก้านเป็นเงา เนื้อในเห็ดมีสีน้ำตาลอ่อน
สปอร์หลินจือมินเห็ดหลินจือแดง เป็นตัวช่วยสำหรับในการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ถูกผลิตออกมาจากฝาผนังของรูที่อยู่ใต้หมวกเห็ด ลักษณะเป็นรูปวงรีสีน้ำตาล ปลายด้านหนึ่งตัดตรง ผิวเรียบ มีฝาผนังครึ้มสองชั้น ระหว่างฝาผนังมีลายหนามยอดเรียวไปถึงฝาผนังชั้นนอก เมื่อขยายพันธุ์ สปอร์จะหลุดออกมาจากรูใต้หมวกแล้วลอยละลิ่วไปเกาะบนผิวดอก ทำให้พวกเราเห็นดอกเห็ดเป็นเงาเงาสีน้ำตาลเหมือนฝุ่นเกาะ เมื่อสปอร์กระจัดกระจายออกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สมควรก็เลยจะเจริญวัยเป็นเห็ดดอกใหม่
เห็ดหลินจือ
คุณประโยช์จากหลินจือมินเห็ดหลินจือแดง คุณประโยชน์สมเป็น "ยาอายุวัฒนะ"
ในเห็ดหลินจือหลินจือมินมีสารสำคัญหลายแบบ โดยมีส่วนประกอบหลักเป็น
- สารในกรุ๊ปโพลีแซคติดอยู่ไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิต้านทานร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์ของมะเร็ง ยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ
- สารในกรุ๊ปตรีเทอร์พีน (Triterpene) ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง ยั้งเซลล์ของมะเร็งตับ ปกป้องโรคภูมิแพ้ ลดระดับความดันเลือด ลดไขมันในเลือด คุ้มครองไขมันตันในเส้นโลหิต
- สารในกรุ๊ปนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์ทุเลาลักษณะของการเจ็บปวด คุ้มครองลิ่มเลือดแข็งในเส้นโลหิต ลดการเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัส
- สารประกอบพบมาเนียม (Gemanium) สร้างเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
เห็ดหลินจือสกัดหลินจือมิน
นอกจากนั้นยังมีสารสำคัญอื่นๆที่มีฤทธิ์ช่วยบำรุงรักษาสุขภาพ ต้านทานการอักเสบ ช่วยยั้งรวมทั้งรักษาอาการต่างๆของโรคได้มากมาย ซึ่งเจอได้ทั้งยังในดอกเห็ดและก็สปอร์ แม้กระนั้นโดยมากเจอในสปอร์ และก็สปอร์ที่กะเทาะฝาผนังหุ้มห่อจะมีสารสำคัญแล้วก็ฤทธิ์ทางยาดีมากยิ่งกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะฝาผนังหุ้มห่อ โดยในตำรับยาเจาะจงไว้ว่า "เห็ดหลินจือ" ประยุกต์ใช้รักษาได้หลายอาการ ดังเช่น...
- บำรุงร่างกาย เสริมกำลัง ทุเลาอาการหมดแรง
- สร้างเสริมภูมิต้านทาน โดยมีรายงานการเรียนรู้ทางสถานพยาบาลพบว่า เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิต้านทานในคนป่วยโรคมะเร็งปอด, ผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และก็คนไข้โรคมะเร็งขั้นแผ่ขยาย
- ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมลักษณะโรคโรคเบาหวาน แล้วก็โรคที่อยู่ในกรุ๊ปอาการความไม่ปกติของระบบเผาผลาญของกินของร่างกาย
- ลดไขมันในเลือด ปกป้องโรคหัวใจ
- สร้างเสริมความจำ ปกป้องอัลไซเมอร์
- ช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนก้าวหน้าขึ้น
- ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส
- ล้างพิษให้ร่างกาย
- บำรุงสายตา
- แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
- รักษาโรคภูมิแพ้ โรคหืด หอบ
- เพิ่มความแข็งแรงให้ปอด ม้าม
- ลดระดับความดันเลือดสูง
- แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ปวดข้อ โรคเกาต์
- บำรุงระบบประสาท โดยมีการนำไปรักษาโรคประสาทที่มีลักษณะอาการอ่อนล้าอย่างเรื้อรังได้ได้ผล
- แก้อาการนอนไม่หลับ เวียนหัว ไม่อยากอาหาร
- รักษาลักษณะของการปวดภายหลังการต่อว่าดเชื้องูสวัด
- รักษาแผลในกระเพาะรวมทั้งไส้
- ลดการอักเสบในไส้
- บำรุงและก็รักษาโรคตับต่างๆทั้งยังโรคตับแข็ง ตับอักเสบ ฟื้นฟูสมรรถนะของตับที่ถูกทำลายจากการกินยาจำนวนไม่ใช่น้อยต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาที่นานๆ
- ขับฉี่ รักษาโรคทางเท้าเยี่ยวข้างล่าง
- คุ้มครองป้องกันการทำงานหนักของไต
- รักษาริดสีดวงทวาร
- ลดลักษณะของการปวดรอบเดือน
- แก้ภาวการณ์เสื่อมความสามารถทางเพศ
- แก้ไขปัญหาภาวการณ์มีลูกยาก
อื่นๆอีกมากมาย
ดังนี้การเรียนรู้ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับพิษวิทยาของเห็ดหลินจือทั้งยังพิษแบบฉับพลันและก็พิษแบบเรื้อรังพบว่า มีความเป็นพิษต่ำมากมาย รวมทั้งมีความปลอดภัยสำหรับเพื่อการใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ เนื่องจากว่าไม่เจอผลกระทบหรือสารตกค้างที่ตับหรือไต
เห็ดหลินจือสกัดหลินจือมินจากประเทศเกาหลี
เห็ดหลินจือแดง กับคุณประโยชน์ต่อต้านโรคมะเร็ง
คุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือที่แวดวงแพทย์เอ๋ยถึงกันเยอะที่สุดซึ่งก็คือ ฤทธิ์สำหรับการต่อต้านโรคมะเร็งแล้วก็ฆ่าเซลล์ของโรคมะเร็ง เนื่องจากว่ามีงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยทางด้านการแพทย์ในและก็ต่างถิ่นพบว่า เห็ดหลินจือมีคุณลักษณะสำหรับเพื่อการต้านทานโรคมะเร็งที่ได้ผลลัพธ์ที่ดียอดเยี่ยม เนื่องจากว่าช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของเซลล์เม็ดเลือดขาว สร้างเสริมภูมิต้านทานภายในร่างกายให้สามารถออกฤทธิ์ต้านทานกับเซลล์ของโรคมะเร็งภายในร่างกายได้ ดังเช่นว่า โรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งมดลูก อื่นๆอีกมากมาย ทั้งมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิต้านทานในคนป่วยโรคมะเร็งปอด, คนป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมทั้งผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งขั้นแผ่ขยาย
เมื่อก่อนที่คนเจ็บโรคมะเร็งจะตกลงใจใช้เห็ดหลินจือเป็นยาเสริมนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยควรจะขอคำแนะนำหมอผู้ที่ทำการดูแลรักษาหรือหมอผู้บริจาคเคมีบำบัดรักษาก่อนทุกคราว เนื่องจากการใช้สมุนไพรรักษาโรคมะเร็งร่วมกับการดูแลและรักษาทางเคมีบรรเทาบางทีอาจเป็นผลข้างๆได้ ตัวอย่างเช่น ไปตัดทอนความสามารถของยาเคมี ทำให้การดูแลและรักษาไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่จะเป็น
เห็ดหลินจือแดงหลินจือมิน
แนวทางกินเห็ดหลินจือคุ้มครองป้องกันโรค
1. ดอกเห็ดหลินจือฝานบางๆโดยประมาณ 2-3 ชิ้น
2. ต้มในน้ำเดือดนาน 10-15 นาที
3. ใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดระยะเวลา จะช่วยทำให้มีชีวิตชีวา เสริมภูมิคุ้มกัน และไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แม้กระนั้นขณะที่ร่างกายจะสามารถซับสารจากเห็ดหลินจือได้ดิบได้ดีที่สุดนั้น ก็คือตอนที่ท้องว่าง โดยชี้แนะให้ดื่มในตอนตื่นในรุ่งอรุณ หรือก่อนไปนอน 1 ชั่วโมง
ดังนี้ เห็ดหลินจือใช้ทานเพื่อเป็นยา ก็เลยไม่สมควรนำไปปรุงร่วมกับของกินจำพวกอื่น แต่ว่าถ้าไม่สบายจะนำดอกเห็ดหลินจือมาต้มน้ำกินก็สามารถทานเห็ดหลินจือในแบบอย่างแคปซูล ชา กาแฟ ซึ่งดัดแปลงวางจำหน่ายอยู่ในตลาดก็ได้เช่นเดียวกัน แม้กระนั้นจำต้องทานตามจำนวนที่เจาะจงไว้ภายในฉลาก แล้วก็เลือกสินค้าที่ตามมาตรฐาน เพื่อให้มีความปลอดภัย สามารถตรวจทานสินค้าที่ผ่านการยืนยันรวมทั้งการขึ้นบัญชีจากอย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ถึงที่เหมาะ
เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ ในแผนการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงรับทราบถึงคุณประโยชน์ทางยาของเห็ดหลินจือว่าส่งผลดีต่อร่างกายเยอะแยะ แต่ว่าแพงแพง เนื่องจากว่าจะต้องนำเข้าจากเมืองจีน ก็เลยมีความคิดให้เพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือที่แผนการส่วนพระองค์สวนจิตรลดามาตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2531 เป็นเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G2 (Ganoderma Lucidum 2)
หลังจากนั้นในปี พุทธศักราช 2549 นายซัง ตุง ฟู ผู้ตัดสินบริษัท พีปรับปรุงพร จำกัด ได้มอบเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G9 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ผสมระหว่างเห็ดหลินจือประเทศเกาหลีกับเห็ดหลินจือป่าสีม่วงให้กับโครงงานส่วนพระองค์สวนจิตรลดานำไปทดสอบศึกษาค้นคว้าปรับปรุง ซึ่งเห็ดชนิดนี้ศ.จ.อี้ฉวนอี้ จากศูนย์ศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีชีวภาพด้านรักษาโรคนิวส์ไฮต้าเหลียน ร่วมกับผู้ที่มีความชำนาญด้านการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยการกสิกรรมเมืองจีนปรับปรุงขึ้น เนื่องจากว่ามีดอกใหญ่ ดก รวมทั้งมีสปอร์มากมาย นอกจากนั้นยังมีจำนวนสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์สูงขึ้นยิ่งกว่าเห็ดหลินจือสายพันธุ์อื่นๆอีกด้วย
เมื่อเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือได้เสร็จ ก็เลยได้นำไปดัดแปลง เป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือประเภทต่างๆอาทิเช่น เห็ดหลินจือสกัดใส่แคปซูล, เห็ดหลินจือสำหรับชง, น้ำเห็ดหลินจือ, เม็ดอมเห็ดหลินจือ อื่นๆอีกมากมาย โดยได้รับการจดทะเบียนให้เป็นยาแผนโบราณ ขายได้ถูกกฎหมาย ซึ่งมิได้มีเพียงแต่คนป่วยแค่นั้นซึ่งสามารถบริโภคเห็ดหลินจือได้ แม้กระนั้นคนทั่วๆไปที่เป็นกรุ๊ปรักสุขภาพก็สามารถทานเห็ดหลินจือได้โดยไม่เกิดผลใกล้กัน ก็เลยได้รับการตอบกลับที่ดี
เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ ส่งผลใกล้กันไหม ?
หากแม้มีการค้นคว้าพบว่า การทานเห็ดหลินจือไม่เป็นผลข้างๆและไม่มีสารตกค้างที่ตับหรือไต แม้กระนั้นในบางบุคคลอาจมีอาการแพ้เห็ดได้ ดูได้จากเมื่อทานเข้าไปแล้วมีลักษณะปากแห้ง คอแห้งผาก และก็อาจมีอาการคัน ผื่นขึ้น เวียนหัว ปวดหัว เจ็บท้อง เลือดกำเดาไหล แม้มีลักษณะอาการแบบนี้ไม่สมควรทานเห็ดหลินจืออีก
เห็ดหลินจือ กับข้อควรคำนึง ผู้ใดไม่สมควรทาน !
ยังมีคนบางกรุ๊ปที่ไม่สมควรทานเห็ดหลินจือเลย เพราะเหตุว่าอาจส่งผลให้ลักษณะการป่วยที่เป็นอยู่ร้ายแรงกว่าเดิม ดังเช่น
1. สตรีตั้งท้องและก็แม่ที่ให้นมลูก เนื่องมาจากตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่น่าไว้ใจพอเพียงมายืนจนกระทั่งว่า เห็ดหลินจือมีความปลอดภัยต่อสตรีมีท้องหรือแม่ที่ให้นมลูก ด้วยเหตุผลดังกล่าวหลีกเลี่ยงการทานเห็ดหลินจือในเดี๋ยวนี้ไปก่อนที่จะไม่มีอันตรายกว่า
2. ผู้ที่มีความดันเลือดต่ำ เนื่องจากว่าเห็ดหลินจือมีฤทธิ์ลดระดับความดัน ถ้าผู้เจ็บป่วยความดันเลือดต่ำทานเข้าไป จะมีผลให้ความดันยิ่งลดน้อยลงกระทั่งก่อให้เกิดอันตรายได้
3. คนที่มีสภาวะเลือดออกไม่ดีเหมือนปกติ (Bleeding disorder) หรือคนที่มีภาวการณ์เกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) เพราะเหตุว่าการทานเห็ดหลินจือในจำนวนมากเหลือเกินอาจจะเป็นผลให้เลือดออกมากขึ้น
4. คนไข้ที่กำลังจะผ่าตัด เนื่องจากว่าเห็ดหลินจือจะเพิ่มการเสี่ยงอาการเลือดออกมากขึ้น โดยเหตุนั้นก่อนที่จะมีการผ่าตัดอย่างต่ำ 2 อาทิตย์ ไม่สมควรทานเห็ดหลินจือ
5. ผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคภูเขาไม่ต้านทานเยื่อของตน (Autoimmune Disease) เป็นต้นว่า โรคลูปัส หรือ เอสแอลอี (SLE) หรือ โรคพุ่มพวง ไม่สมควรใช้เห็ดหลินจือ โดย นพ.เฉิดฉาย ตันติวิท นักเขียนหนังสือ "หลินจือ กับ ข้าพระพุทธเจ้า" กล่าวว่า โน่นเนื่องจากเห็ดหลินจือจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิต้านทานภายในร่างกาย ซึ่งภูมิต้านทานที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นนี้จะยิ่งส่งผลให้เกิดความแปลกต่อสุขภาพร่างกายเพิ่มมากขึ้น
6. ผู้เจ็บป่วยที่ได้รับการดูแลรักษาด้วยยากดภูมิต้านทาน ไม่สมควรทานเห็ดหลินจือ เพราะเหตุว่ามีลักษณะท่าทางที่ผลจากเห็ดหลินจือจะเข้าไปลบล้างหรือกัดกันการบำบัดด้วยยากดภูเขาไม่
วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
ช่อง9 สมุนไพรหลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัดจากเกาหลี ดูแลโรค เบาหวาน ความดัน ไขมันใน...
“เห็ดหลินจือหลินจือมิน ราชาที่สมุนไพร”
เห็ดหลินจือแดงสายพันธุ์ Ganoderma Lucidum ในหลินจือมินซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เยี่ยมที่สุด มีคุณประโยชน์ทางยามากที่สุด ช่วยรักษาโรค รวมทั้งบำรุงร่างกาย ได้ดีที่สุด เป็นที่ยอมรับรวมทั้งวางใจกันทั่วทั้งโลก เป็นยาสมุนไพรชั้นยอดชั้น 1 ของตำรับยาจีนมามากยิ่งกว่า 2000 ปีแล้ว ปรากฎในแบบเรียนยาสมุนไพรโบราณของจีนว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้ผู้ซื้อแก่ยืนยาว ใช้ชูกำลังคนวัยชรา รวมทั้งให้คุณประโยชน์ทางยาที่ศึกษาและทำการค้นพบแล้ว มากยิ่งกว่า 252 จำพวก แล้วก็นักชีววิทยาคาดว่าจะมีคุณประโยชน์ทางยามากถึง 400 ประเภท
เป็นสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณะสุขญี่ปุ่น อนุญาตให้ใช้เป็นยาใช้ภายนอกงเลือกเพื่อรักษาคนเจ็บโรคมะเร็ง
เห็ดหลินจือแดงจัดอยู่ในตำรับยาของเมืองจีน อเมริกา รวมทั้งหลายประเทศในยุโรป
เป็น ราชาที่สมุนไพรทั้งสิ้น เป็นยาชั้นดีเลิศชั้น 1 ในตำรับยาจีน สามารถทานติดต่อกันได้ในระยะยาว โดยไม่เป็นผลข้างๆ และไม่มีสารตกค้าง
อดีตกาลเป็นสมุนไพรที่หายากมากมาย แล้วก็เมื่อหาพบก็จะเก็บไว้เป็นความลับ ราวกับว่าเป็นยาวิเศษ และก็มีคุณค่ามากมาย
ทั้งโลกต่างให้การเห็นด้วยในคุณประโยชน์ทางยา และก็กำลังเริ่มจะมีการศึกษาวิจัยเสริมเติมอย่างสม่ำเสมอ ถึงคุณประโยชน์ของสมุนไพรเห็ดหลินจือแดงจำพวกนี้
เห็ดหลินจือแดงสกัดเข้มข้น 100% ของ หลินจือมิน
การ สกัดเห็ดหลินจือ ที่จะยังคงตัวยาให้อยู่ครบ 100 % นั้น จำต้องทำสกัดเย็นแบบเข้มข้นตามธรรมชาติเพียงเท่านั้น และก็จะต้องสกัดในอัตราส่วนที่เข้มข้นจริงๆเพื่อจับตัวได้ยาที่บริบูรณ์แล้วก็มีคุณภาพสำหรับในการบำรุงรวมทั้งรักษาเยอะที่สุด
เห็ดหลินจือหลินจือมินสกัดเย็นเข้มข้น 100 % ของ หลินจือมิน เป็นเห็ดหลินจือสายพันธุ์สีแดง เพาะเลี้ยงท่ามกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ผ่านวิธีการสกัดเย็นเข้มข้นตามธรรมชาติ ไม่มีความร้อน มีความสะอาด ไม่มีอันตรายสูงในอัตราส่วน 20 ต่อ 1 ซึ่งมีความเข้มข้นสูงมากมาย
กล่าวหมายถึงจากเห็ดหลินจือสด 5 กิโล จะแช่เห็ดให้เย็นรวมทั้งแข็งโดยด่วน โดยใช้ระบบสุญญากาศ ที่มีอุณหภูมิต่ำ กระทั่งทำให้เหลือเห็ดหลินจือแห้งเพียงแค่ 1 กิโล และก็ต่อไปก็เข้าระบบการคัดเส้นใยที่ได้ผลสำหรับในการรักษาน้อยออกไป โดยการคัดจากเห็ดหลินจือแห้ง 4 โล ให้เหลือเพียง 1 กก.
กล่าว อีกความหมายหนึ่งเป็น สกัดจากเห็ดหลินจือสด 20 กก. ให้เหลือเห็ดหลินจือแห้ง เพียงแต่ 1 กก. ก็เลยทำให้ได้เห็ดหลินจือที่มีความเข้มข้นสูงเต็ม 100 % แล้วก็ยังคงคุณลักษณะทางยาไว้ครบถ้วนบริบูรณ์
หลินจือมิน ได้นำเคล็ดวิธีกรรมวิธีการฉายแสง อัลตร้าไวโอเลต เพื่อช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทางยารักษาโรค ให้กับเห็ดหลินจือก้าวหน้ามากขึ้นไปอีก ส่วนวิธีการทำให้เป็นผุยผงนั้น โดยการดึงเอาความเย็นจัด อีกระดับหนึ่งมาทำให้เห็ดหลินจือแห้ง มีการกระจายตัว แล้วแปลงเป็นผงหยาบๆซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า การสกัดเย็น ซึ่งจะได้สารอินทรีย์ดังต่อไปนี้
สารที่ละลายในน้ำได้ 30 % เช่น โพลีแซคค้างไรด์ รวมทั้ง พบร์เมเนี่ยม
สารที่ไม่ละลายในน้ำ 65 % เป็นต้นว่า อะดีโนซีน และก็ ตรีเทอร์พีนอยด์
สารระเหยได้อีก 5 % เช่น สารกาโนเดอริค
ข้างหลัง แล้วก็ทำบดเปลือกแข็งของสปอร์ (Spore) ซึ่งหมายถึงส่วนที่เป็นเม็ดของเห็ดหลินจือ ที่เกาะอยู่รอบๆผิวรวมทั้งใต้กลีบดอกไม้เห็ด ซึ่งเป็นส่วนที่มีความเข้มข้นของตัวยามากที่สุดในเห็ดหลินจือ ให้แหลกละเอียด ด้วยกระบวนการ รวมทั้งแนวทางพิเศษ ที่บริษัทได้ปรับปรุงขึ้นเอง ทำให้สามารถรักษาประสิทธิภาพ ของตัวยาทั้งปวงได้ตลอดขั้นตอน ในส่วนของแคปซูลที่ใช้ใส่ตัวยานั้นก็ทำจาก จมูกข้าวสาลี ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นสารอาหาร ที่ให้คุณประโยชน์ต่อสถาพทางร่างกายด้วยเหมือนกัน
ช่อง9 สมุนไพรเห็ดหลินจือแดงสกัดหลินจือมินจากประเทศเกาหลี LINHZHIMIN ดูแลโรค โรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นโลหิต โรคหัวใจ
เนื้อหาอาหารเสริมเห็ดหลินจือแดงสกัดจากประเทศเกาหลีหลินจือมิน http://www.Linhzhimin2U.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะจ้ะ))
ช่อง9 สมุนไพรเห็ดหลินจือแดงสกัดจากประเทศเกาหลี LINHZHIMIN ดูแลโรค โรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นโลหิต โรคหัวใจ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)















